วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

กองทุนสุขภาพตำบล

            การที่มีประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล เป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2552  มีผลดีโดยตรงต่อ รพ.สต.จริงหรือไม่?  คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนมีความเข้าใจ  วิเคราะห์สภาพปัญหาในพื้นที่ของตนเองอย่างไร ตรงกับสภาพปัญหาจริงๆหรือไม่  รู้ข้อมูลสุขภาพโดยรวมของประชาชนทั้งพื้นที่หรือไม่ 
            ที่ผ่านมา ในปี 53 รพ.สต.โคกเพชร  ใช้เงินบำรุงของ สอ.ในการจัดกิจกรรมส่งเสริม ป้องกันโรค  ใช้งบประมาณไปร่วม หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นบาท รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ ซึ่งถือได้ว่ามีความครอบคลุมการสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มแม่และเด็ก  กลุ่มผู้สูงอายุ  กลุ่มผู้พิการ  กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง  และกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่ แต่ เมื่อเกิดการมีส่วนร่วมกับ อบต.แต่งบประมาณไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยบริการสาธารณสุข  ก็สุดแล้วแต่ว่าจะได้รับการจัดสรรอย่างไร  แม้จะมี ประกาศออกมาในปี 2552 แต่พื้นที่บางแห่ง ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินงาน เพราะมองว่านั่น คือ ผลประโยชน์ที่ตนเองสมัครเข้าร่วมกองทุนสุขภาพ  ก็แล้วแต่จะจัดการอย่างไร  จะให้หรือไม่ให้ก็ได้  หรือถ้าให้ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย  แล้วแต่จะเมตตา 
             หากมีวิธีคิดที่ไม่ถูกต้องแบบนี้  ย่อมส่งผลที่ไม่ดีต่อการดำเนินงานด้านสุขภาพของประชาชนอย่างแน่นอน  และในบางพื้นที่  ที่ หน.หน่วยบริการปฐมภูมิไม่มีความรู้ความเข้าใจ  เข้าไปมีส่วนร่วม ในการเป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่ง จะเกิดผลดีต่อประชาชนได้อย่างไร
              กิจกรรมด้านสาธารณสุขหลายกิจกรรม  ถูก อบต.นำไปดำเนินการ  ถ่ายภาพลวงตา  ใช้งบประมาณเกินจริง  มีให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง  กิจกรรมการสร้างสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ จนท.สาสุข  ต้องทำตามหน้าที่ ออกตรวจคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  ออกเยี่ยมตรวจสุขภาพผู้พิการ ไม่มีเม็ดเงินในการทำงาน  แต่ อบต.สามารถจัดกิจกรรมรดน้ำขอพร  ด้วยวงเงินเกือบแสน 
              สิ่งที่สำคัญ  คือ  หาก อบต.เห็นความสำคัญในเรื่องสุขภาพและการสร้างหลักประกันสุขภาพของประชาชนอย่างเข้าใจ บริหารจัดการในส่วนของ อบต.ไม่เกินร้อยละ 10 ตามเงื่อนไข ส่วนที่เหลือให้ รพ.สต.หรือ องค์กรภาคประชาชนได้ทำงานและจัดกิจกรรม เพื่อดูแลสุขภาพภาคประชาชนด้วยตนเอง  น่าจะส่งผลดีตามเป้าหมายที่  สปสช.ต้องการhttp://tobt.nhso.go.th/index.php
               ในปี 2554 เป็นปีแรก  ของการเข้าร่วมกองทุนสุขภาพตำบล ของ รพ.สต.โคกเพชร ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันดูว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้จะส่งผลดีต่อการทำงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่หรือไม่  เราคงต้องให้กำลังใจตัวเอง และให้กำลังใจทีมงาน  ให้มากๆ  เพื่อจะได้มีเรี่ยวแรงก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้  โดยมีเป้าหมาย คือ  การได้มีส่วนในการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

รพ.สต.โคกเพชร

               
วิสัยทัศน์ (Vision)
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกเพชร

เราจะเป็นสถานบริการสาธารณสุขที่เป็นที่พึ่งสำหรับประชาชน

พันธกิจ (Mission )

1.             ให้บริการแบบองค์รวมดุจญาติมิตร
2.             ระดมทุนภาครัฐ เอกชน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
3.             พัฒนาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน  สะดวก  รวดเร็ว  ถูกต้องและปลอดภัย
4.             ส่งเสริม  สนับสนุน  บุคลากรให้ศึกษาต่อ  ฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่องานและมีทักษะที่เหมาะสม
5.             พัฒนาระบบสารสนเทศด้านสุขภาพด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม
6.             เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการทุกด้าน
7.             พัฒนาระบบให้บริการให้ได้มาตรฐาน  ตรงกับความต้องการของชุมชนที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและเป็นไปได้
8.             พัฒนาสถานบริการให้น่าอยู่ และสะดวกต่อการรับบริการของประชาชน
9.             ดำเนินงานด้านสาธารณสุขทุกด้านอย่างรวดเร็ว  ถูกต้อง  ทุนเวลา ตรงกับความต้องการของประชาชน

เป้าหมาย (Goal)
1.             เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านสาธารณสุขทุกกิจกรรมบริการอย่างมีประสิทธิภาพ
2.             เพื่อสร้างองค์กรสถานีอนามัยเป็นหน่วยงานแห่งการเรียนรู้ด้านสุขภาพ  ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย  โดยไม่ยึดติดรูปแบบ


                    โฉมหน้าทีมงานที่เข้มแข็งของ  รพ.สต.โคกเพชร  นะคะ ตามลำดับจากซ้ายมือนะคะ  คุณมลิวรรณ จันสมุด  คุณสุภาวดี  ดวงใจ     คุณลมเย็น  ศรีผุย   คุณเพ็ญทิวา   สารบุตร  และ คุณศศิวิมล  ใจมนต์  ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นพยาบาลวิชาชีพค่ะ คุณอิทธิกร  เรืองอมรวิวัฒน์
                           ปีงบประมาณ 2554 นี้ พวกเราทุกคนจะทำงานอย่างเต็มที่  เน้นเชิงรุก  เพื่อให้ทุกบ้านทุกครัวเรือนเป็นเตียงคนไข้ที่พวกเราสามารถเยี่ยมได้ตลอด  และช่วยเหลือเยียวยาได้ในทุกประเด็นความเดือดร้อนค่ะ

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

คำคมของยายยิ้ม

       ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย
       พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
       ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความทุกข์

               คำคมที่ควรจะนำไปใช้ในวันเริ่มต้นปีใหม่  เพื่อให้ได้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต

                  สำหรับการทำงานกับคนใจแคบ.....ไม่มีหรือถือได้ว่าขาดมาตรฐานในการทำงาน ถือว่าเราคงมีกรรมที่ชาติหนึ่งได้มีผู้บังคับบัญชาที่คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชา  คนแบบนี้คงจะไม่มีโอกาสได้รับความจริงใจจากใคร ............เป็นสุขอยู่ได้ไม่นานหรอกค่ะ

ประวัติ รพ.สต.โคกเพชร

สถานีอนามัยบ้านโคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2520  ขณะนั้นมีฐานะเป็น  “สำนักงานผดุงครรภ์ตำบลใจดี”  ซึ่งยังไม่ได้แยกตำบล มีบ้านพักสถานีอนามัย จำนวน 1 หลัง ก่อสร้างบ้านพักแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2525 สร้างบนที่ดินสาธารณะของบ้านโคกเพชร  เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน  75 ตารางวา  มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ตามลำดับดังนี้
ลำดับที่ 1 นางสมจิตร  วรรณวงษ์ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์  ปฏิบัติงานระหว่าง พ.ศ. 2520 -2526   
ลำดับที่ 2 นางพรรณี  แจ่มแจ้ง  ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์  ปฏิบัติงานระหว่าง พ.ศ. 2526 -2528   
ลำดับที่ 3 นางลมเย็น  ศรีผุย   ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานสาธารณสุข 7 พ.ศ. 2528 – 2550
      2551 - ปัจจุบันได้ปรับตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานงานสาธารณสุขอาวุโส รวมถึงปัจจุบัน  32  ปี
ปี พ.ศ. 2526 ได้ยกฐานะเป็น “สถานีอนามัย”  ปี พ.ศ. 2538 ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารสถานีอนามัยทดแทน พร้อมทั้งบ้านพัก จำนวน 1 หลัง บนที่ดินสาธารณะที่เหลือเนื้อที่ 4 ไร่  3  งาน 38  ตารางวา ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเมื่อเมื่อ พ.ศ. 2539
ปี พ.ศ. 2539 – พ.ศ. 2548 สถานีอนามัยบ้านโคกเพชร ตำบลโคกเพชร อำเภอขุขันธ์  ได้ให้บริการประชาชนบนชั้นสองของสถานีอนามัย และเปิดให้บริการงานแพทย์แผนไทย  
สิงหาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นมาต่อเติมอาคารสถานีอนามัยด้วยงบประมาณจากภาครัฐและภาคเอกชน เป็นจำนวน  300,000  บาท และได้จัดบริการด้านสาธารณสุขครบวงจรที่ห้องให้บริการชั้นล่างของสถานีอนามัย
ปี พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน ในเดือนกรกฎาคม 2553 เป็นต้นมา จากนโยบายของรัฐบาลได้เปลี่ยน
ชื่อสถานบริการจากสถานีอนามัย เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารจากหัวหน้าสถานีอนามัยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  พร้อมกับให้การสนับสนุนงบประมาณ  ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร  วัสดุ  อุปกรณ์  จากกระทรวงสาธารณสุข  และเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างถูกต้องเหมาะสม  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจนบรรลุสุขภาวะต่อไป




บุคลากร

       ก่อนวันที่ 2 ก.ค.2553  พวกเรายังคงมีสถานะการเป็นบุคลากรของสถานีอนามัย ซึ่งเป็นชื่อที่มีความคุ้นปากของชาวบ้านและเรียกขานกันมาค่อนข้างยาวนาน  แต่หลังนั้นเป็นต้นมาจนถึง ณ  ปัจจุบัน  สถานะใหม่ที่พวกเราได้รับ คือ  การเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  มีผู้บริหารจากเดิม  ตำแหน่ง  หัวหน้าสถานีอนามัย  ก็ได้นามเรียกขานใหม่ ว่า  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งมีความทันสมัยและหรูหรากว่าเดิมมาก  เทียบเท่ากับผู้อำนวยการโรงเรียน   (ผู้อำนวยการเเหมือนกัน)