วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

สรุปสภาวะสุขภาพ ปี 2554

ประเมินสภาวะสุขภาพของประชาชนในตำบลโคกเพชร
      เพ็ญทิวา  สารบุตร
                                                                               นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
1. ประมวลผลภาพรวม จากการทำงานในรอบปีงบประมาณ  2553 ที่ผ่านมา  รวบรวมจากสถิติชีพ  การสังเกตพฤติกรรมประชาชน  เก็บข้อมูลการเจ็บป่วยและการตายในตำบลโคกเพชร  และการทบทวนเอกสาร มีดังนี้
1.กรอบแนวคิดต่างๆ ได้แก่ แผนพัฒนาการสาธารณสุขฉบับที่ 10  (..2551-2554)
   สร้างระบบบริการสุขภาพและการแพทย์ที่มีความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ
   สร้างวัฒนธรรมสุขภาพพอเพียงเพื่อสังคมแห่งสุขภาวะ
   สร้างภูมิคุ้มกันและลดผลกระทบจากภัยคุกคามต่างๆ
   สร้างทางเลือกสุขภาพที่หลากหลาย ผสมผสานภูมิปัญญาไทยและสากลอย่างรู้เท่าทัน
   สร้างระบบสุขภาพฐานความรู้ด้วยการจัดการความรู้
   สร้างเอกภาพและธรรมาภิบาลในการจัดการระบบสุขภาพ
                จากยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกเพชร  ได้หาแนวทางในการจัดการสุขภาพของประชาชนบนความพอเพียง  อยู่ได้บนพื้นฐานของความเป็นจริง  ไม่ใช่สุขภาพดีในฝัน  แต่เป็นสุขภาพดีที่จับต้องได้

             2. ปัจจัยที่มีผลต่อสภาวะสุขภาพ จากหนังสือ Social Determinants of Health โดย Michael M. and RichardGW.(2000) ได้อธิบายเริ่มที่โครงสร้างทางสังคม แล้วแบ่งย่อยปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นปัจจัยทางวัตถุ สิ่งแวดล้อมในการทำงาน สิ่งแวดล้อมทางสังคม และพัฒนาการวัยเด็ก ทางด้านปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางสังคม/ปัจจัยกำหนดสุขภาพสังคมได้เชื่อมโยงไว้กับปัจจัยในหัวข้อต่างๆ เช่น พัฒนาการในวัยเด็ก ปัจจัยในช่วงชีวิต การมีงานทำและการว่างงาน การคมนาคม เครือข่ายการช่วยเหลือทางสังคม อาหารและโภชนาการ ความยากจน และพฤติกรรมสุขภาพและทักษะชีวิตโดยแต่ละหัวข้อจะประกอบด้วยปัจจัยที่คล้ายคลึงกับในกรอบแนวความคิดทั้งหลายที่กล่าวมาแล้ว ได้แก่ ปัจจัยทางชีวภาพ (ยีน การตอบสนองในแต่ละคน ฯ) ประสบการณ์ในชีวิต (เช่น ระบบสังคม สิ่งแวดล้อมทางสังคม การรบกวนสภาวะสมดุลของร่างกาย ฯ) สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (มลพิษทางดิน น้ำ อากาศ และยานพาหนะ ฯ) ปัจจัยทางจิตวิทยาสังคม     ( รศ.กาญจนา นาถะพินธุ, รศ.ดร.วรรณภา อิชิดะ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น,2547)

  1. สถานการณ์การเจ็บป่วยและกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆในตำบลโคกเพชร
                  สถานการณ์ปัจจุบัน  พบว่ามี  ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังในตำบลโคกเพชร  เป็นจำนวนมาก  ที่กำลังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลขุขันธ์  โรงพยาบาลศรีสะเกษ  โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์  โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์  และโรงพยาบาลอื่นๆ  ตามแต่ความสะดวก  โรคเรื้อรังที่พบมาก  ได้แก่  โรคความดันโลหิตสูง  รองลงมา  ได้แก่  โรคเบาหวาน  แต่โรคที่สร้างความหนักใจให้กับการทำงานด้านสาธารณสุขอย่างมากในปัจจุบัน คือ   โรคเครียดหรือวิตกกังวล   ที่กำลังจะเรื้อรัง  และมีอัตราการพบโรคมากกว่าโรคความดันโลหิตและโรคเบาหวาน  ที่สำคัญจะต้องแก้ไขที่พฤติกรรมของประชาชน
                        จากสาเหตุดังกล่าว  ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก ในด้านเศรษฐกิจ  ความเจริญก้าวหน้าทางคมนาคม  และสิ่งแวดล้อม  ทำให้ผู้คนเกิดการแก่งแย่งแข่งขันกันอย่างเห็นได้ชัด  คำว่า  พอเพียง
จะพบเห็นเป็นส่วนน้อยในตำบล  คนบางคนในตำบลโคกเพชร  ทำงานจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต  เช่น  ผู้ป่วยที่เสียชีวิตเนื่องจากโรคเลปโตสไปโรซีส หรือ  โรคฉี่หนู  เมื่อ  เดือน พ.ย. 52  กรณีศึกษา การเสียชีวิตของ  นายช่วงชัย  กองลี  อายุ 46 ปี  บ้านเลขที่ 206 บ้านเสลา หมู่ที่ 6  ซึ่งมีแหล่งน้ำที่เป็นที่ระบาดของโรคฉี่หนู  
         อีก 1 ราย  ที่บ้านสุขเกษม  เสียชีวิตเนื่องจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เนื่องจากการติดเชื้อไข้หวัด  แต่ไม่ใช่  ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  สิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้จากการเสียชีวิตของผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้  ขอนำเสนอ  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  การมีแนวคิดที่ไม่ตรงกันไม่ได้หมายความว่า  ใครผิดหรือใครถูก  แต่เราต้องทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น  อย่างเป็นระบบ  เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด  แม้ว่าจะต้องใช้เวลานาน  ก็จะต้องทำ  และทำอย่างจริงใจ

วิเคราะห์สภาวะสุขภาพหมู่บ้านในตำบลโคกเพชร

            โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกเพชร  รับผิดชอบ 11 หมู่บ้าน จำนวน 1,090 หลังคาเรือน ประชากร 5,565  คน  แยกเป็นชาย 2,867  คน หญิง 3,088 คน  ผลการวิเคราะห์สภาวะสุขภาพของประชาชนในตำบลโคกเพชร  ตามความรุนแรงและความสูญเสียในด้านชีวิตและทรัพย์สิน  ตามลำดับ ความสำคัญ  ดังนี้
1.  โรคและความเจ็บป่วย  เป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตมากที่สุดในปีงบประมาณ 2553  โดยพบว่าส่วนใหญ่เสียชีวิตด้วยโรคชรา โดยมีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป เป็นอันดับรองลงไป  ได้แก่  สาเหตุจากโรคเรื้อรัง 
       ความเสื่อมของสภาพร่างกาย
       การได้รับเชื้อโรค
       เจ็บป่วยจากการทำงาน
       โรคเรื้อรัง
2.    อุบัติเหตุ  ไม่มีการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในกรณีต่างๆ
      ความประมาท
      ขาดสติ
      เมาสุราและเครื่องดื่มมึนเมา
      หลับใน
      พักผ่อนไม่เพียงพอ
     ถนนลื่นจากฝน
3.      พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม  ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง  เป็นจำนวนมาก
       ทานอาหารไม่เลือก/ขาดคุณภาพ
n  อาหารค้างคืนไม่อุ่น
n  อาหารมีแมลงวันตอมหรือสัตว์อื่นๆ
n  อาหารใส่สารปรุงแต่งที่ไม่เหมาะสม
n  อาหารไม่ครบ 5 หมู่
n  อาหารที่ไม่สะอาด
n  อาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมี
n  ดื่มเหล้า  ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และของมึนเมา
      ไม่เคยออกกำลังกายตามคำแนะนำ
n  ออกกำลังกายน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน
n  ไม่ออกกำลังกายเลย
n  นั่งทำงานเป็นเวลานานติดต่อกัน
n  ไม่มีการเคลื่อนไหว
         อารมณ์เครียด วิตกกังวลตลอดเวลา
n  นอนไม่ค่อยหลับ
n  เก็บกดไม่ค่อยเล่าบอกใคร
n  มีเรื่องส่วนตัวมากๆ
n  มีโลกส่วนตัวมากๆ
      สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ
n  กลิ่นเหม็น
n  เสียงดัง
n  ฝุ่นละออง
n  อากาศเป็นพิษ
n  สกปรก
n  มีสัตว์นำโรครอบบ้าน
       ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
n  ขับรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน๊อค
n  นั่งรถยนต์ไม่คาดเข็มขัด
n  ไม่กินของร้อน ไม่ใช้ช้อนกลาง ไม่ล้างมือ
n  ไม่สวมหน้ากากเมื่อเข้าสู่แหล่งเสี่ยงอันตราย
n  ไม่สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คู่นอนของตนเอง
n  ไม่กินอาหารรสจัด
      อบายมุข
n  เล่นการพนัน
n  เล่นไพ่  ไฮโล
n  เล่นหวย
n  เล่นหุ้น
n  เล่นโดมิโน
n  เล่นน้ำเต้า ปู ปลา
4.                 สุขภาพของแต่ละบุคคล
        โรคทางพันธุกรรม
         เป็นมาแต่กำเนิด
         ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว
         ไม่สนใจความผิดปกติของตนเอง
          ความพิการ
 
จากสภาวะสุขภาพของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป  บุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกเพชร  ที่มีอัตรากำลัง  เจ้าหน้าที่ 1 คน ต่อประชากร  1,855 คน  โดยประมาณ  เป็นภาระงานที่หนักมาก   การเข้าไปจัดกิจกรรมในชุมชน  เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียง 2 3 ครั้ง ต่อปี   คงไม่เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้  
คงจะต้องมีการทบทวน  กระบวนการในวิธีการเดิมให้มีการปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับสังคมที่มีปัญหาหลายๆด้านให้ถูกต้องเหมาะสม  ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

แนวทางการส่งเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหา
ต้องผสานความร่วมมือกับองค์กรในเครือข่ายที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่าย  นั่นคือ  วิทยุชุมชน  ในตำบลโคกเพชร  มีอยู่ 2 แห่ง   สิ่งที่จะดำเนินการ คือ
1.     การเชิญเจ้าของสถานีและผู้จัดมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  เพื่อแสวงหาแนวทางในการสร้างสุขภาพสำหรับประชาชน
2.     ได้รูปแบบการสร้างสุขภาพและจัดการสุขภาพที่เหมาะสม  ประชาชนพึงพอใจ
3.      แก้ไขปัญหาความไม่รู้  ความไม่เข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติและภาวะโรคให้ได้

 

บทคัดย่อของนวัตกรรม

นิทานและเพลงของแม่
นางเพ็ญทิวา  สารบุตร*  
*นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สถานีอนามัยบ้านโคกเพชร ตำบลโคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ



บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินทัศนคติของแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองจากการเล่านิทาน อ่านหนังสือ และร้องเพลง กล่อมลูกผ่านสื่ออิเล็กทรอนิก ทำการศึกษาในกลุ่มแม่ในเขตตำบลโคกเพชรที่มีบุตรอายุอยู่ในระหว่างแรกเกิดถึง 5 ปี ที่ไม่ได้เลี้ยงดูบุตรด้วยตนเอง จำนวน 30 คน โดยการเล่านิทาน อ่านหนังสือ และร้องเพลง กล่อมลูกผ่านสื่ออิเล็กทรอนิก เช่น MP3, VCD, DVD, MP4 และม้วนเทป ดำเนินการโดยให้ผู้เลี้ยงดูบุตรเปิดสื่ออิเล็กทรอนิกให้ลูกฟังกล่อมนอนนทุกวัน ตั้งแต่มกราคม 2553 ถึง เมษายน 2553 จากนั้นทำการประเมินทัศนคติแม่ด้านความสัมพันธ์และทัศนคติในการเลี้ยงดูบุตร โดยใช้แบบประเมินทัศนคติในการเลี้ยงดูบุตร และประเมินความพึงพอใจของผูเลี้ยงดูบุตร วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า อายุเฉลี่ยของแม่ 35.33 ปี (S.D. = 6.64 ปี) ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 76.70 แม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองมีทัศนคติด้านความสัมพันธ์และทัศนคติในการเลี้ยงดูบุตรในระดับดี (  = 3.15, S.D. = 0.54) และผู้เลี้ยงดูบุตรมีความพึงพอใจต่อกระบวนการเลี้ยงดูบุตรของแม่ร้อยละ 98.80 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ การเล่านิทาน         อ่านหนังสือ และร้องเพลง กล่อมลูกผ่านสื่ออิเล็กทรอนิก อาจเป็นแนวทางเลือกหนึ่งของแม่ที่ไม่มีเวลาเพียงพอในการเลี้ยงดูบุตร

คำสำคัญ: นิทานของแม่, เพลงของแม่










วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

การทำงานเพื่อผู้พิการในตำบล


















           ภาพเครือข่ายผู้พิการในตำบลโคกเพชร  ที่ได้รับการติดตามเยี่ยมบ้าน  อบรมให้ความรู้และมีกิจกรรมร่วมกันในระดับตำบลอย่างต่อเนื่อง 
           สำหรับปีงบประมาณ 2554 ระหว่างวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2554  คณะเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามเยี่ยมประชาชนในตำบล ผู้พิการ  ผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยเรื้อรัง อย่างเข้าใจ  เพื่อผู้พิการไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการสาธารณสุขรวมใจรณรงค์ลดโลกร้อน











มาช่วยกันลดโลกร้อนกันนะคะ