วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

งานยาเสพติด ใน รพ.สต.

         สถานการณ์ด้านยาเสพติดในตำบลโคกเพชร ที่สร้างความลำบากใจต่อคนที่อยู่ในชุมชนนั้นๆ มาโดยตลอดในหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาการเสพติดสุราและบุหรี่  ในรอบ 6 เดือนหลังนี้ มีผู้ที่ชีวิตจากการเป็นมะเร็งตับ จำนวน 2 ราย เป็น เพศหญิงทั้งสองราย  จากจำนวนผู้เสียชีวิตในรอบปี 2555 จำนวน 22 ราย  
กรณีศึกษาที่ 1 ผู้เสียชีวิตมีอายุ 48 ปี  จบการศึกษาชั้น ม.6 เคยได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.อบต.1 สมัย น้ำหนักโดยประมาณ 48-52 กิโลกรัม ส่วนสูง 140 เซนติเมตร มักทำตัวเป็น “ทอมบอย” ชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ สอบถามประวัติของผู้เสียชีวิตจากพี่สาวของเขา ย้อนหลังกลับไปร่วม 10 ปี พบว่า ผู้เสียชีวิต ดื่มเหล้าทุกสัปดาห์ๆละ 2-3 วัน  ดื่มได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อื่นๆ ปริมาณอย่างน้อยครั้งละ 1 กั๊ก (เท่าขวด M-150) ผู้เสียชีวิตมักมีกับแกล้มเป็นแบบสุกๆดิบๆร่วมด้วย เช่น ก้อยปลา  ก้อยกุ้ง หรือ ลาบเลือด  เป็นต้น ในด้านการสูบบุหรี่  ผู้เสียชีวิตมีการสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 20 ปี และสูบมาตลอด สูบได้ทั้งที่เป็นบุหรี่ยาเส้นหรือยาซอง อย่างน้อยวันละ 10 มวน  ผู้เสียชีวิตไม่ค่อยชอบการออกกำลังกายที่บอกว่า 30 นาทีต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ไม่สามารถทำได้เลย  มักมีความเครียดบ่อยๆ เป็นคนคิดมาก แต่รักครอบครัว เอาใจใส่ครอบครัวดีมาก แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยคิดอะไร แต่เป็นคนจริงจังในชีวิต เป็นคนนอนหลับยากและนอนไม่ค่อยหลับและมีการขับถ่ายยาก ไม่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้และตรวจ ผู้เสียชีวิตมักจะเดินหนี และไม่สนใจรับฟัง
          ปัญหาของการมีพฤติกรรมการใช้สารเสพติดประเภทเหล้าและบุหรี่ในปริมาณมากต่อวันและใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน  อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่ทำให้ผู้ป่วยจบชีวิตด้วยมะเร็งตับในวัยที่ไม่สมควร เป็นสมมติฐานที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตั้งเป็นข้อสังเกต หลังจากการได้มีโอกาสได้ ซักถามประวัติจากญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว  ส่วนพฤติกรรมสุขภาพที่ส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงของโรคตามมาได้แก่ พฤติกรรม 3 อ. ที่ผู้ป่วยไม่สามารถนำไปปฏิบัติ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันตนเองมาก่อนหน้านั้นแล้ว
         ชีวิตของเธอใช้เป็นอุทาหรณ์ของคนรุ่นใหม่ในตำบลโคกเพชร ผู้นำชุมชนหรือประชาชนทั่วไป ที่ปัจจุบันกำลังใช้ชีวิตอยู่อย่างเพลิดเพลิน โดยไม่ได้สนใจสุขภาพร่างกายของตนเอง จนลืมมองไปว่า ร่างกายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถถูกทำลายได้ด้วยสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พี่สาวของผู้ตาย กล่าวว่า เสียใจมากต่อการจากไปของน้องสาวในวัยขนาดนี้ เพราะเขายังสามารถทำสิ่งดีดีให้กับชุมชนที่อยู่อาศัย รวมถึงทำสิ่งดีดีสำหรับครอบครัวที่เธอรักได้อีกหลายอย่าง  แต่หมดโอกาสลงแล้ว พี่สาวของผู้เสียชีวิตพูดอย่างสะเทือนใจ เวลาบอกว่าให้ลดบุหรี่ลงหน่อยนะ เขาก็ไม่สนใจฟัง เอาไว้ก่อน  วันหลังหละกัน  เดี๋ยวก่อน เป็นคำพูดที่เธอฟังจนชินแล้ว  จนสุดท้ายวันนี้ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว จนตั้งตัวไม่ทัน 
กรณีศึกษาที่ 2 ผู้เสียชีวิตมีอายุ 49 ปี ไม่ได้สมรส ไม่จบการศึกษาแม้ชั้น ป.4 น้ำหนักโดยประมาณ 54-56 กิโลกรัม ส่วนสูง 155 เซนติเมตร มักทำตัวเป็น “ทอมบอย” ชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ สอบถามประวัติของผู้เสียชีวิตจากพี่สาวของเธอ ย้อนหลังกลับไปร่วม 10 ปี พบว่า ผู้เสียชีวิต ดื่มเหล้าทุกวัน ดื่มได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อื่นๆ ปริมาณอย่างน้อยครั้งละ 1 กั๊ก (เท่าขวด M-150) ผู้เสียชีวิตมักมีกับแกล้มเป็นแบบสุกๆดิบๆร่วมด้วย เช่น ก้อยปลา  ก้อยกุ้ง หรือ ลาบเลือด  เป็นต้น ในด้านการสูบบุหรี่  ผู้เสียชีวิตมีการสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 15 ปี และสูบมาตลอด สูบได้ทั้งที่เป็นบุหรี่ยาเส้นหรือยาซอง อย่างน้อยวันละ 10-20 มวน  ผู้เสียชีวิตไม่ค่อยชอบการออกกำลังกายที่บอกว่า 30 นาทีต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ไม่สามารถทำได้เลย  มักมีความเครียดบ่อยๆ เป็นคนคิดมาก ไม่เคยได้รับความรักจากสมาชิกในครอบครัว แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยคิดอะไร แต่เป็นคนจริงจังในชีวิต เป็นคนนอนหลับยากและนอนไม่ค่อยหลับและมีการขับถ่ายยาก เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 53-55 เพราะเมื่อมีความไว้วางใจในตัวเจ้าหน้าที่  ผู้เสียชีวิตมีอาการไตวาย และสุดท้ายเสียชีวิตด้วยมะเร็งตับ
          ข้อสังเกต ที่คล้ายกัน
          ประเด็นที่ 1 ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิงเหมือนกัน อายุใกล้เคียงกัน 48 และ 49 ปี
          ประเด็นที่ 2 มีพฤติกรรมการทำตัวเป็นทอมบอย
          ประเด็นที่ 3 การใช้สารเสพติดประเภทเหล้าและบุหรี่
          ประเด็นที่ 4 การชอบรับประทานอาหารแบบสุกๆดิบแกล้มกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
          ประเด็นที่ 5 ไม่ชอบออกกำลังกาย
          ประเด็นที่ 6 มีความเครียดสูง
          ประเด็นที่ 7 นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
          ประเด็นที่ 8 ระบบขับถ่ายผิดปกติ

กลุ่มผู้ติดสุราและบุหรี่ในตำบลโคกเพชร ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ตามลำดับ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยทำงาน ที่สามารถหารายได้และนำมาซื้อสุราได้ แต่ สภาพปัญหาครอบครัวและเศรษฐกิจ สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความไม่เพียงพอ ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ประชาชนบางกลุ่มไม่สามารถปรับตัวได้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงการใช้สารเสพติด จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการที่นำมาใช้เพื่อจัดการกับความเครียดของตนเอง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียตามมา ปัจจุบันมีผู้ที่ติดสุราขั้นรุนแรงจนมีอาการทางจิต จำนวน 5 คน ซึ่งยังก่อความวุ่นวายในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ
ปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน  
มีกระบวนการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันสารเสพติดในระดับชุมชน ในสถานศึกษา จำนวน 5 แห่ง โดย คุณอิทธิกร เรืองอมรวิวัฒน์ พยาบาลวิชาชีพ ได้ออกให้ความรู้เรื่องสารเสพติดในชีวิตประจำวัน ที่นักเรียนสามารถเข้าถึงได้ง่าย  โดยเฉพาะสุราและบุหรี่
มีการติดตามพฤติกรรมเด็กและเยาวชนที่ก้าวร้าวในสถานศึกษา โดยประสานงานกับครูอนามัยโรงเรียนให้มีส่วนในการเฝ้าระวังและป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาด้วย
โรงเรียน
นักเรียนประถม
นักเรียนมัธยม
รวมทั้งสิ้น
ชาย
หญิง
รวม
ชาย
หญิง
รวม
บ้านโคกเพชร
17
32
49
0
0
0
49
บ้านเปียมตะลวก
50
25
75
0
0
0
75
บ้านภูมิศาลา
49
50
99
31
22
53
152
บ้านระกา
38
47
85
105
75
180
265
บ้านเสลา
59
48
107
0
0
0
107
รวมทั้งสิ้น
648

การดำเนินการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาของตำบลโคกเพชร ทางโรงเรียนได้มีกิจกรรมที่ดำเนินด้านการป้องกันสารเสพติด ร้อยละ 100 โดยมีกิจกรรม ดังนี้
โรงเรียนบ้านโคกเพชร
1.       จัดทำป้ายต่อต้านยาเสพติด
2.       การแนะแนวเกี่ยวกับยาเสพติด
3.       ครูให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดหน้าเสาธงและในห้องเรียน
โรงเรียนบ้านเสลาสุขเกษม
1.       อบรมเข้าค่ายพุทธบุตร
2.       อบรมหน้าเสาธง กิจกรรมเสียงตามสาย กิจกรรมชุมนุมต่างๆ
3.       สวดมนต์ไหว้พระทุกวันศุกร์
โรงเรียนบ้านระกา
1.จัดกิจกรรมหน้าเสาธง
2.จัดกิจกรรมรณรงค์ต้านยาเสพติด
3. ให้ความรู้โทษของยาเสพติด
4. ให้คณะกรรมการนักเรียนร่วมกับครูกำกับดูแลสอดส่องนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
โรงเรียนภูมิศาลา
1.       การเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
2.       การประกวดคำขวัญต่อต้านยาเสพติด
โรงเรียนบ้านเปียมตะลวก
1.       กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน ให้ความรู้นักเรียนและผู้ปกครอง
2.       กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน  พี่ช่วยน้อง
3.       กิจกรรมค่ายพุทธบุตรต่อต้านยาเสพติด ณ. วัดบ้านเสลา
4.       กิจกรรมออกกำลังกายและนันทนาการ แอโรบิค เล่นกีฬา
5.       จัดป้ายนิทรรศการให้ความรู้ด้านสิ่งเสพติด
แนวทางเพิ่มเติม
1.       การจัดทำโครงการกิจกรรมกลุ่มในการป้องกันยาเสพติด
2.       การทัศนศึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รพ.ที่ทำงานบำบัดผู้ติดสารเสพติด วัดที่บำบัดเพื่อให้เห็นภาพจริง
3.       จัดกระบวนการเรียนการสอน แทรกเวลาสอนทุกวัน
4.       ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนให้ความรู้สอดส่องพฤติกรรมบุตรหลานตนเอง
5.       ทุก หน่วยงานในตำบล รวมทั้งฝ่ายปกครองต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการดูแลและให้ข้อมูลข่าวสารแก่ทางโรงเรียนเพื่อป้องปราบและป้องกันไม่ให้ ยาเสพติดเข้ามาในโรงเรียนและชุมชน
6.       การให้ความรู้ต้องแบ่งเป็นกลุ่มบุคคลในแต่ละระดับชั้น  โดยแบ่งเป็น กลุ่มมีปัญหา กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติ และมีการแบ่งเป็นช่วงชั้น
7.       การดูแลกลุ่มมีปัญหา กลุ่มเสี่ยงโดยการเยี่ยมบ้าน ประชุมกลุ่มผู้ปกครองกลุ่มละไม่เกิน 5 คน
ภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วม
1.       โรงเรียนทุกแห่งต้องให้ความสำคัญการป้องกันยาเสพติด
2.       โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
3.       อบต. ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
4.       เครือข่ายโรงเรียน
5.       เครือข่ายผู้ปกครอง

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เรียนลีลาศ

         ชมรมกีฬาลีลาศเพื่อสุขภาพ จังหวัดศรีสะเกษ รับสอนเต้นลีลาศสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกเพศทุกวัยนะคะ  ถ้าเป็นเด็กรับอายุ 5 ขวบขึ้นไปคะ ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานมาสมัครเรียนได้ อ้อถ้าเป็นเด็ก อย่าลืมเตรียมนม ขนม มาไว้ด้วยนะคะเผื่อหิว คณะครูผู้ฝึกจะสอนเด็กๆหลังเลิกเรียนค่ะ สำหรับน้องภัทรน้องภูมิเรียน 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่มครึ่งค่ะ  สิ่งที่ได้  คือ  การที่ลูกๆถูกฝึกให้มีสมาธิ มีความมั่นใจในตนเองในแบบที่ถูกต้อง  กล้าแสดงออก  มีเหตุมีผล สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ซึ่งบางครั้งพ่อแม่ไม่มีความสามารถในการสอนด้วยกิจกรรมแบบนี้ มาดูภาพช่วงวันแรกของการเรียนนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง
http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=M_gStxM7Ekc   และนี่ก็คือการแสดงลีลาศโชว์ครั้งแรกที่งานกาชาด จ.ศรีสะเกษ ปีที่แล้ว 2554 http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=kJskQ88B9Y8
          เมื่อประเทศไทยจะเปิดประตูอาเซี่ยน  มีอะไรบ้างที่เราควรส่งเสริมและให้ลูกๆได้มีโอกาสในการพัฒนา IQ และ EQ รวมถึง MQ ด้วย นี่คงไม่ใช่เรื่องเดียวที่คนเป็นพ่อแม่สามารถให้ลูกได้ ต้องมีอีกหลายเรื่องที่เด็กสามารถทำได้ ถ้าได้รับการสนับสนุนและให้โอกาสตามบทบาทหน้าที่ของเรา แต่สิ่งสำคัญคือ ระบบการสื่อสารภายในครอบครัวต้องเป็นแบบแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน เด็กๆมีความเป็นตัวของตัวเองไม่ชอบการออกคำสั่ง แต่ชอบคิดและอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง  สักวันเขาจะต้องก้าวเดินไปด้วยขาทั้งสองข้างของเขาเอง  ตอนนี้เราต้องวางแผนค่ะว่า กับอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมาถึง เราพ่อแม่จะจัดการอย่างไร รองรับความเปลี่ยนแปลงได้บ้าง อย่าช้านะคะ เพราะวันเวลาไม่เคยคอยใคร

นักกีฬาลีลาศ จ.ศรีสะเกษ

           นับจากวันที่ 6 มิถุนายน 2554 ชีวิตของน้องภัทรเริ่มมีกิจกรรมแปลกใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือ กีฬาลีลาศ คุณแม่พาน้องภัทรไปสมัครที่ชมรมกีฬาลีลาศ จังหวัดศรีสะเกษ หลังจากได้ยินข่าวประกาศ แดนลำดวน ช่วง 6 โมงเช้าของคุณทองจันทร์ ศรีสุธรรม ตอนนั้นไม่คิดอะไรค่ะ แค่คิดว่ามีกิจกรรมยามว่างที่สร้างเสริมสุขภาพ ให้ลูกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะกำลังมองหากีฬาที่น่าสนใจให้ลูกสาวเล่น มันจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมพอดี  น้องภัทรไปลองเดินอยู่ สองสัปดาห์นะคะ จึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าชมรมให้ลูก เพราะต้องหานักกีฬาชายมาด้วย ซึ่งหายากมากเพราะหลายคนกลัวลูกชายจะเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วถ้ามาเต้นลีลาศ ดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเป็นยังไงแต่ตอนนี้เด็กชายที่เรารู้จักในชมรม ยังเป็นเด็กชายธรรมดาๆที่ไม่มีแน้วโน้มไปทางที่พ่อแม่กังวลนะคะ
          17 ก.ค.55 วันสำคัญของลูกสาว ครั้งแรกของการลงแข่งขันกีฬาลีลาศ  ในศรีสะเกษเกมส์  น้องภัทร บอกดิฉันว่า "แม่หนูตื่นเต้นมากเลย" "ฉันจับมือลูกและบอกว่า หนูไม่กลัวนะ มั่นใจใช่ไหมลูก" "จ้ะ"  เป็นคำพูดคำเดียวที่ดิฉันฟังแล้วใจชื้นขึ้นมามาก การกีฬามันต้องมีแพ้และชนะ ลูกเขาจะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง เขาต้องมีกำลังใจ ไม่ท้อ และทำทุกวินาทีให้ดีที่สุด และที่สำคัญสมาธิของเขาต้องมี แบบที่เรียกว่า  สุดยอด  พอเพลงเริ่มดังขึ้น ใจฉันสั่นไปตามจังหวะของดนตรี แต่ลูกสาวที่อยู่ในสนามแข่งขันเหมือนเขาสบายๆ มีรอยยิ้มอยู่ในใบหน้าตลอดเวลา มือฉันสั่น ต้องใช้สองมือในการถ่ายวิดีโอ ลูกสาวเขาแข่งครั้งแรก  แม่ก็ถ่ายวีดีโอการแข่งขันของลูกครั้งแรกเหมือนกัน และนี่คือความสำเร็จของเราค่ะhttp://www.youtube.com/watch?v=ojSSB6-28cM&feature=relmfu  และ นี่ก็คือผลงานของเด็กวัย 6 และ 7 ขวบ โรงเรียนมารีวิทยา จ.ศรีสะเกษ ครั้งhttp://www.youtube.com/watch?list=ULAlH_4sFJd58&v=AlH_4sFJd58&feature=player_detailpage
         และนี่ก็คือ อีก 1 จังหวะที่ต้องแข่งขันค่ะ http://www.youtube.com/watch?list=ULqd8_42gufwA&v=qd8_42gufwA&feature=player_detailpage
         4-5 สิงหาคม 2555 น้องภัทร น้องนีนอย น้องโย และน้องแดนนี่ จากชมรมกีฬาลีลาศจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันลีลาศคิงส์คัพ ประเทศไทย ที่ สนามอินดอร์สเตเดี่ยมหัวหมาก ท่านใดมีความสนใจไปร่วมเชียร์และให้กำลังใจได้นะคะ  บัตรผ่านประตู 200 บาทค่ะ สำหรับสมาชิกทรู ขอเพียงมีใบเสร็จค่าบริการเดือนใดก็ได้รับบัตรฟรี 2 ที่นั่งนะคะ เขาว่ามาอย่างนั้นคะ

ยายเหงา..เมื่อความเศร้าถามหา

     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้มีโอกาสออกติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยจิตเวชในตำบลโคกเพชร จำนวน 25 ราย  และออกเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตในประชาชนทุกกลุ่มอายุ เพื่อป้องกันภาวะเครียดและป้องกันการฆ่าตัวตายด้วย การลงพื้นที่ครั้งนี้ ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้รับรู้ความเหงา ความเศร้า ผ่านแววตาและน้ำตา ของหญิงชราวัย 82 ปี ที่ต้องต่อสู้อยู่กับความเหงา เพียงลำพัง หลังสามีเสียชีวิตไป เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
     สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 - 3 เดือนที่ผ่านมาก่อนหน้าที่ดิฉันจะมีโอกาสได้ลงพื้นที่หมู่บ้านนี้ คงจะเป็นความทุกข์ในใจของยายที่ไม่สามารถบอกเล่ากับใครได้เป็นแน่ จะมีใครฟังยายบ้างไหมนะ ฉันได้แต่ครุ่นคิด
     เมื่อพบหน้ากัน ดิฉันยกมือไหว้ พร้อมกับบอกว่า "สวัสดีคะยาย คิดถึงยายจังค่ะ ไม่ได้พบกันตั้งนาน" ยายบอกว่า "สองวันก่อนยายไปที่ อนามัยนะแต่ปุ้มไม่อยู่" "สบายดีนะคะ ไปเดินเล่นที่ไหนมา" "ยายเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ถ้าอยู่บ้านก็คิดถึงตา เลยขอไปเดินเล่นไกลๆ มันเหงา ไม่รู้จะทำยังไง บ้านที่เคยอยู่ด้วยกัน ตอนนี้ไม่มีตาแล้ว" เหตุการณ์นี้เกิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน ตาคุณยายแดงก่ำ พร่าไปด้วยน้ำตา คุณยายใช้มือปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ เหมือนอยากจะบอกใครสักคน ว่ารู้สึกเป็นทุกข์แค่ไหน "ยายไม่อยากอยู่ที่นี่ อยากกลับไปหาบ้านญาติพี่น้อง ที่นี่ไม่มีใคร ลูกก็อาทิตย์หนึ่งถึงกลับมาหาสักวัน เอาของดีดีมาให้กิน แต่ยายไม่อยากกินหรอก ยายอยากมีเพื่อนมากกว่า" ตลอดเวลาที่ยายพูดน้ำตาซึมตลอด "ยายนอนหลับไหมค่ะ พักผ่อนบ้างนะคะ"  "ยายนอนไม่หลับเลย บางคืนก็นอน 4 ทุ่ม ตื่นตี 2 หรือตี 3" สำหรับคนที่นอนหลับเป็นปกติคงไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับคนสูงอายุหรือผู้ที่นอนไม่หลับแบบเรื้อรัง และเป็นมาร่วม 3 เดือนนับจากวันที่คุณตาเสียชีวิตเป็นความทุกข์ที่มากเหลือเกินนะคะ
     ดิฉันสอบถามไปด้วย คำถาม 2Q "คุณยายรู้สึกหดหู่ เศร้าหรือท้อแท้สิ้นหวังไหมค่ะ"  "แล้วก็ ใ2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมวันนี้  คุณยาย รู้สึก เบื่อ ทำอะไรก็ไม่สนุกสนาน ไม่เพลิดเพลิน เป็นอย่างนี้บ้างไหมคะ" คุณยายบอกว่า "เป็นบางครั้ง แต่ไม่อยากฆ่าตัวตายหรอก ก็ยายแค่เหงา และก็คิดถึงตามากก็เท่านั้นเอง" คุณยายรู้ทันหนูซะแล้ว จบคำถาม คุณยายเริ่มมีรอยยิ้มที่มุมปาก "ยิ้มได้หละสิ หนูเป็นห่วงยายนะคะ มีอะไรบอกหนูนะ หรือไม่ก็บอก พี่ อสม.แล้วเดี๋ยวเขาจะโทรหาหนูเอง" "วันนี้หนูกลับ รพ.สต.ก่อน ถ้าไม่สบายใจอะไรอย่าลืมคิดถึงหนูนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ ปฏิบัติตาม 3 อ.อย่างที่หนูแนะนำด้วยนะคะ"
      ฉันกลับมาที่รถ กับผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ เราหันมามองหน้ากัน "ความรักที่ยายมีต่อตา คงไม่น้อยกว่าที่ตามีต่อยายอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ คุณยายกำลังเผชิญกับความเหงา ความเศร้าเพียงลำพัง เราคงต้องให้ พี่ๆอสม.และเพื่อนบ้านแวะมาคุยกับยายบ่อยๆนะ เพื่อลดทอนความเหงาและความเศร้าลงไปบ้าง เพราะลำพังคงอ่อนแอ ถ้ามีคนดูแลคงดีขึ้น"
      ความเศร้าของผู้สูงวัย ที่มาพร้อมกับความสูญเสียที่ไม่ได้ตั้งใจรอล่วงหน้า สร้างความทุกข์ทรมานมากนะคะ ถ้าท่านใดมีผู้สูงอายุที่เพิ่งผ่านความสูญเสียมา ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ เพราะความเศร้า ความเหงา จะนำมาสู่ปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงวัยได้นะคะ ต้องฝากกันดูแลอย่างดีค่ะ