วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

งานยาเสพติด ใน รพ.สต.

         สถานการณ์ด้านยาเสพติดในตำบลโคกเพชร ที่สร้างความลำบากใจต่อคนที่อยู่ในชุมชนนั้นๆ มาโดยตลอดในหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาการเสพติดสุราและบุหรี่  ในรอบ 6 เดือนหลังนี้ มีผู้ที่ชีวิตจากการเป็นมะเร็งตับ จำนวน 2 ราย เป็น เพศหญิงทั้งสองราย  จากจำนวนผู้เสียชีวิตในรอบปี 2555 จำนวน 22 ราย  
กรณีศึกษาที่ 1 ผู้เสียชีวิตมีอายุ 48 ปี  จบการศึกษาชั้น ม.6 เคยได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.อบต.1 สมัย น้ำหนักโดยประมาณ 48-52 กิโลกรัม ส่วนสูง 140 เซนติเมตร มักทำตัวเป็น “ทอมบอย” ชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ สอบถามประวัติของผู้เสียชีวิตจากพี่สาวของเขา ย้อนหลังกลับไปร่วม 10 ปี พบว่า ผู้เสียชีวิต ดื่มเหล้าทุกสัปดาห์ๆละ 2-3 วัน  ดื่มได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อื่นๆ ปริมาณอย่างน้อยครั้งละ 1 กั๊ก (เท่าขวด M-150) ผู้เสียชีวิตมักมีกับแกล้มเป็นแบบสุกๆดิบๆร่วมด้วย เช่น ก้อยปลา  ก้อยกุ้ง หรือ ลาบเลือด  เป็นต้น ในด้านการสูบบุหรี่  ผู้เสียชีวิตมีการสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 20 ปี และสูบมาตลอด สูบได้ทั้งที่เป็นบุหรี่ยาเส้นหรือยาซอง อย่างน้อยวันละ 10 มวน  ผู้เสียชีวิตไม่ค่อยชอบการออกกำลังกายที่บอกว่า 30 นาทีต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ไม่สามารถทำได้เลย  มักมีความเครียดบ่อยๆ เป็นคนคิดมาก แต่รักครอบครัว เอาใจใส่ครอบครัวดีมาก แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยคิดอะไร แต่เป็นคนจริงจังในชีวิต เป็นคนนอนหลับยากและนอนไม่ค่อยหลับและมีการขับถ่ายยาก ไม่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้และตรวจ ผู้เสียชีวิตมักจะเดินหนี และไม่สนใจรับฟัง
          ปัญหาของการมีพฤติกรรมการใช้สารเสพติดประเภทเหล้าและบุหรี่ในปริมาณมากต่อวันและใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน  อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่ทำให้ผู้ป่วยจบชีวิตด้วยมะเร็งตับในวัยที่ไม่สมควร เป็นสมมติฐานที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตั้งเป็นข้อสังเกต หลังจากการได้มีโอกาสได้ ซักถามประวัติจากญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว  ส่วนพฤติกรรมสุขภาพที่ส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงของโรคตามมาได้แก่ พฤติกรรม 3 อ. ที่ผู้ป่วยไม่สามารถนำไปปฏิบัติ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันตนเองมาก่อนหน้านั้นแล้ว
         ชีวิตของเธอใช้เป็นอุทาหรณ์ของคนรุ่นใหม่ในตำบลโคกเพชร ผู้นำชุมชนหรือประชาชนทั่วไป ที่ปัจจุบันกำลังใช้ชีวิตอยู่อย่างเพลิดเพลิน โดยไม่ได้สนใจสุขภาพร่างกายของตนเอง จนลืมมองไปว่า ร่างกายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถถูกทำลายได้ด้วยสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พี่สาวของผู้ตาย กล่าวว่า เสียใจมากต่อการจากไปของน้องสาวในวัยขนาดนี้ เพราะเขายังสามารถทำสิ่งดีดีให้กับชุมชนที่อยู่อาศัย รวมถึงทำสิ่งดีดีสำหรับครอบครัวที่เธอรักได้อีกหลายอย่าง  แต่หมดโอกาสลงแล้ว พี่สาวของผู้เสียชีวิตพูดอย่างสะเทือนใจ เวลาบอกว่าให้ลดบุหรี่ลงหน่อยนะ เขาก็ไม่สนใจฟัง เอาไว้ก่อน  วันหลังหละกัน  เดี๋ยวก่อน เป็นคำพูดที่เธอฟังจนชินแล้ว  จนสุดท้ายวันนี้ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว จนตั้งตัวไม่ทัน 
กรณีศึกษาที่ 2 ผู้เสียชีวิตมีอายุ 49 ปี ไม่ได้สมรส ไม่จบการศึกษาแม้ชั้น ป.4 น้ำหนักโดยประมาณ 54-56 กิโลกรัม ส่วนสูง 155 เซนติเมตร มักทำตัวเป็น “ทอมบอย” ชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ สอบถามประวัติของผู้เสียชีวิตจากพี่สาวของเธอ ย้อนหลังกลับไปร่วม 10 ปี พบว่า ผู้เสียชีวิต ดื่มเหล้าทุกวัน ดื่มได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อื่นๆ ปริมาณอย่างน้อยครั้งละ 1 กั๊ก (เท่าขวด M-150) ผู้เสียชีวิตมักมีกับแกล้มเป็นแบบสุกๆดิบๆร่วมด้วย เช่น ก้อยปลา  ก้อยกุ้ง หรือ ลาบเลือด  เป็นต้น ในด้านการสูบบุหรี่  ผู้เสียชีวิตมีการสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 15 ปี และสูบมาตลอด สูบได้ทั้งที่เป็นบุหรี่ยาเส้นหรือยาซอง อย่างน้อยวันละ 10-20 มวน  ผู้เสียชีวิตไม่ค่อยชอบการออกกำลังกายที่บอกว่า 30 นาทีต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ไม่สามารถทำได้เลย  มักมีความเครียดบ่อยๆ เป็นคนคิดมาก ไม่เคยได้รับความรักจากสมาชิกในครอบครัว แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยคิดอะไร แต่เป็นคนจริงจังในชีวิต เป็นคนนอนหลับยากและนอนไม่ค่อยหลับและมีการขับถ่ายยาก เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 53-55 เพราะเมื่อมีความไว้วางใจในตัวเจ้าหน้าที่  ผู้เสียชีวิตมีอาการไตวาย และสุดท้ายเสียชีวิตด้วยมะเร็งตับ
          ข้อสังเกต ที่คล้ายกัน
          ประเด็นที่ 1 ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิงเหมือนกัน อายุใกล้เคียงกัน 48 และ 49 ปี
          ประเด็นที่ 2 มีพฤติกรรมการทำตัวเป็นทอมบอย
          ประเด็นที่ 3 การใช้สารเสพติดประเภทเหล้าและบุหรี่
          ประเด็นที่ 4 การชอบรับประทานอาหารแบบสุกๆดิบแกล้มกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
          ประเด็นที่ 5 ไม่ชอบออกกำลังกาย
          ประเด็นที่ 6 มีความเครียดสูง
          ประเด็นที่ 7 นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
          ประเด็นที่ 8 ระบบขับถ่ายผิดปกติ

กลุ่มผู้ติดสุราและบุหรี่ในตำบลโคกเพชร ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ตามลำดับ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยทำงาน ที่สามารถหารายได้และนำมาซื้อสุราได้ แต่ สภาพปัญหาครอบครัวและเศรษฐกิจ สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความไม่เพียงพอ ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ประชาชนบางกลุ่มไม่สามารถปรับตัวได้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงการใช้สารเสพติด จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการที่นำมาใช้เพื่อจัดการกับความเครียดของตนเอง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียตามมา ปัจจุบันมีผู้ที่ติดสุราขั้นรุนแรงจนมีอาการทางจิต จำนวน 5 คน ซึ่งยังก่อความวุ่นวายในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ
ปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน  
มีกระบวนการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันสารเสพติดในระดับชุมชน ในสถานศึกษา จำนวน 5 แห่ง โดย คุณอิทธิกร เรืองอมรวิวัฒน์ พยาบาลวิชาชีพ ได้ออกให้ความรู้เรื่องสารเสพติดในชีวิตประจำวัน ที่นักเรียนสามารถเข้าถึงได้ง่าย  โดยเฉพาะสุราและบุหรี่
มีการติดตามพฤติกรรมเด็กและเยาวชนที่ก้าวร้าวในสถานศึกษา โดยประสานงานกับครูอนามัยโรงเรียนให้มีส่วนในการเฝ้าระวังและป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาด้วย
โรงเรียน
นักเรียนประถม
นักเรียนมัธยม
รวมทั้งสิ้น
ชาย
หญิง
รวม
ชาย
หญิง
รวม
บ้านโคกเพชร
17
32
49
0
0
0
49
บ้านเปียมตะลวก
50
25
75
0
0
0
75
บ้านภูมิศาลา
49
50
99
31
22
53
152
บ้านระกา
38
47
85
105
75
180
265
บ้านเสลา
59
48
107
0
0
0
107
รวมทั้งสิ้น
648

การดำเนินการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาของตำบลโคกเพชร ทางโรงเรียนได้มีกิจกรรมที่ดำเนินด้านการป้องกันสารเสพติด ร้อยละ 100 โดยมีกิจกรรม ดังนี้
โรงเรียนบ้านโคกเพชร
1.       จัดทำป้ายต่อต้านยาเสพติด
2.       การแนะแนวเกี่ยวกับยาเสพติด
3.       ครูให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดหน้าเสาธงและในห้องเรียน
โรงเรียนบ้านเสลาสุขเกษม
1.       อบรมเข้าค่ายพุทธบุตร
2.       อบรมหน้าเสาธง กิจกรรมเสียงตามสาย กิจกรรมชุมนุมต่างๆ
3.       สวดมนต์ไหว้พระทุกวันศุกร์
โรงเรียนบ้านระกา
1.จัดกิจกรรมหน้าเสาธง
2.จัดกิจกรรมรณรงค์ต้านยาเสพติด
3. ให้ความรู้โทษของยาเสพติด
4. ให้คณะกรรมการนักเรียนร่วมกับครูกำกับดูแลสอดส่องนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
โรงเรียนภูมิศาลา
1.       การเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
2.       การประกวดคำขวัญต่อต้านยาเสพติด
โรงเรียนบ้านเปียมตะลวก
1.       กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน ให้ความรู้นักเรียนและผู้ปกครอง
2.       กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน  พี่ช่วยน้อง
3.       กิจกรรมค่ายพุทธบุตรต่อต้านยาเสพติด ณ. วัดบ้านเสลา
4.       กิจกรรมออกกำลังกายและนันทนาการ แอโรบิค เล่นกีฬา
5.       จัดป้ายนิทรรศการให้ความรู้ด้านสิ่งเสพติด
แนวทางเพิ่มเติม
1.       การจัดทำโครงการกิจกรรมกลุ่มในการป้องกันยาเสพติด
2.       การทัศนศึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รพ.ที่ทำงานบำบัดผู้ติดสารเสพติด วัดที่บำบัดเพื่อให้เห็นภาพจริง
3.       จัดกระบวนการเรียนการสอน แทรกเวลาสอนทุกวัน
4.       ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนให้ความรู้สอดส่องพฤติกรรมบุตรหลานตนเอง
5.       ทุก หน่วยงานในตำบล รวมทั้งฝ่ายปกครองต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการดูแลและให้ข้อมูลข่าวสารแก่ทางโรงเรียนเพื่อป้องปราบและป้องกันไม่ให้ ยาเสพติดเข้ามาในโรงเรียนและชุมชน
6.       การให้ความรู้ต้องแบ่งเป็นกลุ่มบุคคลในแต่ละระดับชั้น  โดยแบ่งเป็น กลุ่มมีปัญหา กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติ และมีการแบ่งเป็นช่วงชั้น
7.       การดูแลกลุ่มมีปัญหา กลุ่มเสี่ยงโดยการเยี่ยมบ้าน ประชุมกลุ่มผู้ปกครองกลุ่มละไม่เกิน 5 คน
ภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วม
1.       โรงเรียนทุกแห่งต้องให้ความสำคัญการป้องกันยาเสพติด
2.       โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
3.       อบต. ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
4.       เครือข่ายโรงเรียน
5.       เครือข่ายผู้ปกครอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น