วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต

     งานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอีกหนึ่งงานทีมีความสำคัญต่อสภาวะสุขภาพของประชาชน มีความครอบคลุมไปถึงปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะถ้ากินดีอยู่ดีชีวีก็ปลอดภัย ทำไมต้องตรวจร้านค้า ตรวจไปแล้วได้อะไร ปัญหาของคนขายคือ ขายอะไรก็ได้ที่คนต้องการซื้อ ไม่ว่าจะดีไม่ดี ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย อาจจะ ไม่จำเป็นต้องสนใจ ปัญหาของคนซื้อ คือ อยากซื้อสิ่งที่ต้องการซื้อ บางทีก็ไม่ได้คำนึงว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง ถ้ามีขายก็ซื้อ ก็แค่ต้องการซื้อยี่ห้อนี้แบบนี้
      ยาแบบผง ยังมีให้เห็นทั้งที่ ยาอันตราย ป้ายสีแดง ห้ามขาย ไม่ปลอดภัย ต้องพบเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ก่อน เจ้าหน้าที่จะจัดให้ค่อยกินยา เราออกตรวจให้เลิกขาย ยาที่เหลือเป็นกล่องให้ร้านค้าเก็บไว้กินเองไม่ต้องเอามาขาย เพราะอันตรายต่อผู้บริโภค ประชาชนในหมู่บ้านเสียชีวิตด้วย ภาวะไตวาย และโรคมะเร็ง เป็นจำนวนมาก ในปีงบประมาณ 2555 หมู่บ้านเล็กๆในตำบลโคกเพชร มีคนเสียชีวิต 3 ราย เป็นมะเร็ง 1 ราย ไตวาย 1 ราย และ อีก 1 ราย ชราภาพ พฤติกรรมการบริโภคยาและอาหารแบบไม่คำนึงถึงความปลอดภัย กินอะไรก็ได้ที่อยากกิน ง่ายไม่ยุกยาก  หาปลาได้ก็คลุกเกลือกินแกล้มเหล้าเข้าปากทันที ง่ายเกินไปจริงๆ ท่านทำเป็นประจำ มาเมื่อวัยเพิ่มขึ้นก็เป็น ปลาย่างแบบสุกๆดิบๆ แกล้มเหล้าเช่นเคย เพราะถือว่า ตัวเองไม่เคยเจ็บป่วย ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ที่เป็นเช่นนี้เสมอมา ประวัตินี้ ได้จากญาติสนิทของผู้ที่เสียชีวิตรายหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆนี้ ที่สุดท้ายแล้ว เสียชีวิตในวัย 65 ปี จากโรคมะเร็ง     
       ถามว่า ก่อนหน้าที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตได้พบกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือไม่ 15 ปี ที่ผ่านมา เราพบกันเป็นประจำ ในโอาสต่างๆ เช่น การประชุมประชาคม คัดกรองสุขภาพ เยี่ยมบ้าน ตรวจร้านค้า แม้กระทั่งการแวะพูดคุยกันตามประสาคนรู้จัก ปีหนึ่งๆไม่ต่ำกว่า 5-10 ครั้ง ที่เรามีโอกาสพบกัน ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เราพูดคุยกันเสมอถึงพฤติกรรมที่ต้องเปลี่ยน แต่ด้วยความเชื่อของเขาที่มีความหนักแน่นกว่า ความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตามความรู้ใหม่ที่ได้รับ  ความไม่พร้อม ความเคยชิน จึงยังคงเป็นเช่นนั้น อีกอย่างที่เขาบอกว่า "สุดท้ายยังไงทุกคนก็ตายอยู่ดีไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว" เราต้องกลับมาย้อนถามตัวเองว่า หน้าที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ เพื่อนำสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม และถ้าประชาชนพูดเช่นนี้ แสดงว่า เขายังไม่พร้อม ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่คงไม่ได้หมายถึงเจ้าหน้าที่ทำงานไม่สำเร็จแน่ๆ เพราะเรายังเชื่อว่าเราทำสุดความสามารถแล้ว
        บทสรุปของครอบครัวคนสนิทของเจ้าหน้าที่เอง ก็คือ เมื่อกลางปี 2555 ผู้ป่วยในครอบครัวเดียวกันนี้ จำนวน 2 ราย เสียชีวิตทั้งคู่ ฝ่ายชายเสียชีวิตด้วยวัย 65 ปี เพราะมะเร็งตับ ห่างกัน 10 วัน ฝ่ายหญิงเสียชีวิตด้วยวัย 58 ปี มีภาวะไตวายเรื้อรัง ทิ้งหลายชายวัย 13 ปีให้อยู่กับเพื่อนบ้าน เพราะพ่อแม่ของเด็กก็เสียชีวิตก่อนหน้านั้นร่วม 10 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้ไม่มีบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ นับจากบ้านหลังนั้นเจ้าของบ้านเสียชีวิตทั้งคู่ เหลือหลานชายคนเดียว บ้านจึงถูกรื้อลงปล่อยให้เป็นที่ว่างเปล่า คำพูดของยายที่ว่า  "จะกลัวอะไรกับความตายสุดท้ายทุกคนก็ตายเหมือนกัน" ประโยคนี้ยายพูดก่อนที่จะเสียชีวิต 1 ปี แต่ 2 วันก่อนการเสียชีวิตของยาย เรารับรู้ว่า ผู้ป่วยพยายามแล้วที่จะต่อสู้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ไม่น่าเลยค่ะ กับวัยเพียง 58 ปี ที่มีความรู้ มีความเข้าใจ ในสิ่งที่เราพูดคุยกันตลอด แต่ไม่ลงมือปฏิบัติเท่านั้น จึงต้องเสียชีวิตในวัยที่ยังไม่ถึงวัยชรา  และตามวาระที่ควรจะเป็น
        บทเรียนชีวิตของ ทั้งคู่จะเป็นอุทธาหรณ์สอนคนในตำบลอีกนานทีเดียวค่ะ เพราะแค่คุณคิดที่จะเปลี่ยนแปลง ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ขออุทิศส่วนกุศลบทเรียนชีวิตนี้ จงดลบันดาลให้ท่านทั้งคู่ไปสู่ภพชาติที่ดีด้วยเทอญ    

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

การทำงานสร้างสุขภาพ

     เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 55 เป็นต้นมา ถึงช่วงปีใหม่ มกราคม 56 จนใกล้จะหมดเดือนแรกของปี 56 แล้ว
     รพ.สต.โคกเพชร ได้มีการปรับปรุงและพัฒนางานต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในการทำงานของเราและเข้าถึงบริการอย่างเต็มที่ ปีนี้เราเน้นกิจกรรมการเยี่ยมบ้านเชิงลึกและรุกแบบสหวิชาชีพ แม้จะมีบุคลากรเพียง 3 ท่านที่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยแท้ ก็ทำงานไม่ย่อท้อ ไม่เกี่ยงว่า พรบ.จะได้หรือไม่ได้ บอกได้เลยว่าความตั้งใจในการทำงานเต็มที่
     ที่บอกว่าแบบสหวิชาชีพ ก็เรามีนักวิชาการที่ไปเรียนพยาบาลวิชาชีพจบมาและได้เรียนเวชปฏิบัติจบมาอีกด้วย และอีกหนึ่งคนก็คือ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการที่เน้นกระบวนการทำงานแบบประชาชนพึ่งตนเองเป็นหลักก่อนที่จะพึ่งพาเจ้าหน้าที่  แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากแต่เราก็ได้เริ่มต้นไปบ้าง อย่างน้อยเรื่องแรกของปีนี้ที่เจ้าหน้าที่ได้รับการพัฒนาก็คือ การเข้าค่ายอบรมสุขภาพดีวิถีพุทธกับหมอเขียว ค่ายล้างพิษที่ ม.อุบล 1-4 ธ.ค.55 ที่ผ่านมา  คำว่า หมอที่ดีที่สุดก็คือ "ตัวเราเอง"
เป็นคำที่ประทับใจมาก
       ในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าประชาชนไม่หันมาสนใจตัวเองแล้ว เป้าหมายการบรรลุสุขภาวะคงเป็นไปได้ยาก การทำงานปีนี้จึงเน้นการเยี่ยมบ้าน ให้ความรู้ในการดูแลตนเองอยากถูกต้องเป็นหลัก ไม่เข้าใจสิ่งใดให้ถามเพราะหมอมาถึงบ้านแล้ว ไม่มีใครรู้ทุกอย่างโดยไม่เรียนรู้ และคนจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีการปรับตัว 
        ปัญหาของเราคือ เวลาเราจัดอบรมหรือมีโครงการดีดี เป้าหมายที่มาอบรมจะเป็น อสม. อผส. แกนนำสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ ประชาชนท่ัวไปมักจะอ้างว่าไม่มีเวลาเสมอ เราจึงออกติดตามเป้าหมายที่ไม่เข้าอบรมถึงบ้าน พร้อมกับคำถามว่า "วันที่หมอจัดอบรมป้า-ลุง-พี่ไปไหนค่ะ?" ความจริงเราไม่ได้สนใจคำตอบหรอกค่ะ แต่ที่ถามเพื่อให้ประชาชนคิดถึงตัวเองมากขึ้นว่า เวลามีกิจกรรมดีดีจัดขึ้นในตำบล จัดเพื่อให้ได้มีความรู้มากขึ้นในการดูแลตัวเอง ตัวเองมัวไปทำอะไรอยู่ และเมื่อป่วยเราก็ต้องออกมาติดตามเยี่ยมบ้าน ถึงแม้ไม่ป่วย เราก็ยังออกไปพบปะประชาชนอยู่ดี  เพียงแต่มันคนละแบบกัน ดังนี้
1.กลุ่มปกติเราเยี่ยมเพื่อเฝ้าระวังประเมินสุขภาพ ให้ความรู้สร้างความเข้าใจแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค วางแผนการปฏิบัติตัวเอง   
 2.กลุ่มเสี่ยงเราให้คำแนะนำมากเป็นพิเศษและมีการตรวจประเมินความเสี่ยงบางรายการเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาวะสุขภาพจิต  ด้วย 2 คำถาม เพื่อเฝ้าระวังโรคจะเกิดขึ้นและเน้นมากในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้น อสม.เป็นพี่เลี้ยง เพื่อไม่ให้กลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ วางแผนการปฏิบัติตัวร่วมกัน
3. กลุ่มป่วย เราเยี่ยมให้กำลังใจ คำแนะนำในการดูแล ประเมินสุขภาพเชิงลึก ทั้งกาย ใจ และด้านอื่นๆร่วมด้วย เฝ้าระวังโรคแทรกซ้อน วางแผนการรักษาร่วมกัน หากเกินความสามารถจะประสานกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลขุขันธ์ต่อไป บางครั้งต้องส่งต่อก็มี
           
         คัดกรองสุขภาพประชาชนแต่ต้นปีค่ะ ช่วยเฝ้าระวังได้เร็วขึ้น เพราะเราจะรู้ว่าคนไหนเสี่ยง คนไหนปกติ คนที่เสี่ยงรู้เร็วได้รับการตรวจซ้ำและแนะนำการปฏิบัติตัวเร็วจะป้องกันการป่วยต่อไป เรายังเน้น 3 อ. ค่ะ  อาหาร  ออกกำลังกาย และอารมณ์
         ปี 2556 นี้ สังเกตว่าประชาชนดื่มสุรามากขึ้น น่าจะมาจากความเครียดที่เพิ่มขึ้นจึงหันมาดื่มสุรากัน เป็นข้อสันนิษฐาน อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ค่ะ  การแข่งขันมากขึ้น ปีที่ผ่านมานี้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านใหม่สองหมู่บ้าน ทะเลาะกันทุกครั้ง  แบ่งพวกกันเสมอ เจ้าหน้าที่ต้องบอกว่า พยายามทำใจให้สบายเรื่องการเมืองมันเกี่ยวกับทุกคน แต่อย่างไรก็ตามทุกชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป และพึ่งพาอาศัยกัน อย่าปล่อยให้การเมืองมาทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านที่ดูแลกันมา ก็จบกันไป ทำใจอยู่นานถึงได้มาคบกันใหม่ อย่างนี้แหละค่ะ
         ถ้าถามว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกี่ยวอะไรกับการเมืองท้องถิ่นท้องที่ บอกได้เลยว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำบลนี้หรือไม่อยู่เราก็ต้องเกี่ยวข้องแบบไม่ต้องอธิบาย ความสุขของชาวบ้านเกี่ยวกับผู้นำ ถ้าเขาได้ผู้นำดีประชาชนก็มีความสุข รู้รักสามัคคี ทำงานต่างๆมีความร่วมมือกัน แต่ถ้าได้ผู้นำที่ไม่ดี ชาวบ้านก็เป็นทุกข์โรคภัยก็เบียดเบียน แม้แต่นอนยังนอนไม่หลับจะให้มีสุขภาพดีได้อย่างไร หลังการเลือกตั้งทุกครั้งเราจะต้องมีกิจกรรมเยียวยาจิตใจประชาชนเสมอ นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องเกี่ยวข้องแบบเต็มๆเลยแหละค่ะ

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

นวลีลาโคกเพชร ต้านยาเสพติด พิชิตพุง

ทีม รร.บ้านภูมิศาลา
สวัสดีปีใหม่ ท่าน สสอ.ขุขันธ์
ทีม นักเรียน  รร.บ้านเสลาสุขเกษม
ทีม รร.บ้านโคกเพชร
ทีม รร.บ้านเปียมตะลวก
  
ท่าน สสอ.ปิ่น นันทะเสน ประธานในพิธี