วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

การทำงานสร้างสุขภาพ

     เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 55 เป็นต้นมา ถึงช่วงปีใหม่ มกราคม 56 จนใกล้จะหมดเดือนแรกของปี 56 แล้ว
     รพ.สต.โคกเพชร ได้มีการปรับปรุงและพัฒนางานต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในการทำงานของเราและเข้าถึงบริการอย่างเต็มที่ ปีนี้เราเน้นกิจกรรมการเยี่ยมบ้านเชิงลึกและรุกแบบสหวิชาชีพ แม้จะมีบุคลากรเพียง 3 ท่านที่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยแท้ ก็ทำงานไม่ย่อท้อ ไม่เกี่ยงว่า พรบ.จะได้หรือไม่ได้ บอกได้เลยว่าความตั้งใจในการทำงานเต็มที่
     ที่บอกว่าแบบสหวิชาชีพ ก็เรามีนักวิชาการที่ไปเรียนพยาบาลวิชาชีพจบมาและได้เรียนเวชปฏิบัติจบมาอีกด้วย และอีกหนึ่งคนก็คือ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการที่เน้นกระบวนการทำงานแบบประชาชนพึ่งตนเองเป็นหลักก่อนที่จะพึ่งพาเจ้าหน้าที่  แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากแต่เราก็ได้เริ่มต้นไปบ้าง อย่างน้อยเรื่องแรกของปีนี้ที่เจ้าหน้าที่ได้รับการพัฒนาก็คือ การเข้าค่ายอบรมสุขภาพดีวิถีพุทธกับหมอเขียว ค่ายล้างพิษที่ ม.อุบล 1-4 ธ.ค.55 ที่ผ่านมา  คำว่า หมอที่ดีที่สุดก็คือ "ตัวเราเอง"
เป็นคำที่ประทับใจมาก
       ในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าประชาชนไม่หันมาสนใจตัวเองแล้ว เป้าหมายการบรรลุสุขภาวะคงเป็นไปได้ยาก การทำงานปีนี้จึงเน้นการเยี่ยมบ้าน ให้ความรู้ในการดูแลตนเองอยากถูกต้องเป็นหลัก ไม่เข้าใจสิ่งใดให้ถามเพราะหมอมาถึงบ้านแล้ว ไม่มีใครรู้ทุกอย่างโดยไม่เรียนรู้ และคนจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีการปรับตัว 
        ปัญหาของเราคือ เวลาเราจัดอบรมหรือมีโครงการดีดี เป้าหมายที่มาอบรมจะเป็น อสม. อผส. แกนนำสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ ประชาชนท่ัวไปมักจะอ้างว่าไม่มีเวลาเสมอ เราจึงออกติดตามเป้าหมายที่ไม่เข้าอบรมถึงบ้าน พร้อมกับคำถามว่า "วันที่หมอจัดอบรมป้า-ลุง-พี่ไปไหนค่ะ?" ความจริงเราไม่ได้สนใจคำตอบหรอกค่ะ แต่ที่ถามเพื่อให้ประชาชนคิดถึงตัวเองมากขึ้นว่า เวลามีกิจกรรมดีดีจัดขึ้นในตำบล จัดเพื่อให้ได้มีความรู้มากขึ้นในการดูแลตัวเอง ตัวเองมัวไปทำอะไรอยู่ และเมื่อป่วยเราก็ต้องออกมาติดตามเยี่ยมบ้าน ถึงแม้ไม่ป่วย เราก็ยังออกไปพบปะประชาชนอยู่ดี  เพียงแต่มันคนละแบบกัน ดังนี้
1.กลุ่มปกติเราเยี่ยมเพื่อเฝ้าระวังประเมินสุขภาพ ให้ความรู้สร้างความเข้าใจแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค วางแผนการปฏิบัติตัวเอง   
 2.กลุ่มเสี่ยงเราให้คำแนะนำมากเป็นพิเศษและมีการตรวจประเมินความเสี่ยงบางรายการเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาวะสุขภาพจิต  ด้วย 2 คำถาม เพื่อเฝ้าระวังโรคจะเกิดขึ้นและเน้นมากในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้น อสม.เป็นพี่เลี้ยง เพื่อไม่ให้กลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ วางแผนการปฏิบัติตัวร่วมกัน
3. กลุ่มป่วย เราเยี่ยมให้กำลังใจ คำแนะนำในการดูแล ประเมินสุขภาพเชิงลึก ทั้งกาย ใจ และด้านอื่นๆร่วมด้วย เฝ้าระวังโรคแทรกซ้อน วางแผนการรักษาร่วมกัน หากเกินความสามารถจะประสานกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลขุขันธ์ต่อไป บางครั้งต้องส่งต่อก็มี
           
         คัดกรองสุขภาพประชาชนแต่ต้นปีค่ะ ช่วยเฝ้าระวังได้เร็วขึ้น เพราะเราจะรู้ว่าคนไหนเสี่ยง คนไหนปกติ คนที่เสี่ยงรู้เร็วได้รับการตรวจซ้ำและแนะนำการปฏิบัติตัวเร็วจะป้องกันการป่วยต่อไป เรายังเน้น 3 อ. ค่ะ  อาหาร  ออกกำลังกาย และอารมณ์
         ปี 2556 นี้ สังเกตว่าประชาชนดื่มสุรามากขึ้น น่าจะมาจากความเครียดที่เพิ่มขึ้นจึงหันมาดื่มสุรากัน เป็นข้อสันนิษฐาน อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ค่ะ  การแข่งขันมากขึ้น ปีที่ผ่านมานี้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านใหม่สองหมู่บ้าน ทะเลาะกันทุกครั้ง  แบ่งพวกกันเสมอ เจ้าหน้าที่ต้องบอกว่า พยายามทำใจให้สบายเรื่องการเมืองมันเกี่ยวกับทุกคน แต่อย่างไรก็ตามทุกชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป และพึ่งพาอาศัยกัน อย่าปล่อยให้การเมืองมาทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านที่ดูแลกันมา ก็จบกันไป ทำใจอยู่นานถึงได้มาคบกันใหม่ อย่างนี้แหละค่ะ
         ถ้าถามว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกี่ยวอะไรกับการเมืองท้องถิ่นท้องที่ บอกได้เลยว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำบลนี้หรือไม่อยู่เราก็ต้องเกี่ยวข้องแบบไม่ต้องอธิบาย ความสุขของชาวบ้านเกี่ยวกับผู้นำ ถ้าเขาได้ผู้นำดีประชาชนก็มีความสุข รู้รักสามัคคี ทำงานต่างๆมีความร่วมมือกัน แต่ถ้าได้ผู้นำที่ไม่ดี ชาวบ้านก็เป็นทุกข์โรคภัยก็เบียดเบียน แม้แต่นอนยังนอนไม่หลับจะให้มีสุขภาพดีได้อย่างไร หลังการเลือกตั้งทุกครั้งเราจะต้องมีกิจกรรมเยียวยาจิตใจประชาชนเสมอ นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องเกี่ยวข้องแบบเต็มๆเลยแหละค่ะ

1 ความคิดเห็น:

  1. 30 ม.ค.56 วันนี้ภาคบ่ายไปเยี่ยมบ้าน ที่บ้านระกา ม.5 และบ้านระกาน้อย ม.9 กิจกรรม ประกอบด้วย การตรวจร้านค้า เยี่ยมผู้พิการ เยี่ยมผู้ป่วยสุขภาพจิต ก็พบกันทุกคนแหละค่ะ มีบางรายที่ไม่อยู่บ้าน แต่ญาติๆก็บอกว่า ท่านสบายดีทำงานได้ ใช้ชีวิตตามปกติ แถมได้เยี่ยมแกนนำชุมชนทุกประเภทอีกด้วย ประเด็นหลังถือว่าเป็นความบังเอิญ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะต้องดูแลกันไป ถ้าชุมชนมีความคิดที่จะพัฒนาตนเองเช่น ต้องการเขียนโครงการดีดีเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน เพื่อของบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สสส. สกว. ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องดีทั้งนั้น ถ้าช่วยได้ ดิฉันก็ลงมือทันที อาจจะใช้เวลาสักหน่อยแต่มันก็คุ้มค่า เพราะการพัฒนาไม่ได้เกิดได้ด้วยคนเพียงคนเดียว ต้องมาจากความร่วมมือกันหลายๆภาคส่วน
    ทุกวันนี้คนเก่งมีมากค่ะ แต่คนมีน้ำใจนิสัยดีดีน่ะมีน้อย บางคนเก่งมากจน ชาวบ้านเขาไม่กล้าคุยด้วย เพราะไม่ไว้ใจก็มี ยกตนข่มท่านก็มีให้เห็นเยอะค่ะ สำหรับดิฉันคงธรรมดามั้ง ถึงเป็นที่รักของชาวบ้าน เห็นหมอไม่ต้องยกมือไหว้ก็ได้ค่ะ แค่ยิ้มให้ก็พอ คำพูดธรรมดาๆไม่ต้องหวานมาก ซื่อๆตรงๆ ไทยคำ เขมรคำ ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของดิฉัน อสม.บางคนจะขำเสมอเวลาที่ฉันพูด บางคนถึงขนาดบอกว่า "หมอปุ้มไม่ต้องพูดก็ได้" เพราะพูดไปมันไม่ถูก ฉันว่าบางทีความซื่อมันก็ดูจริงใจไม่เสแสร้งค่ะ อยากใกล้ชิด อยากเข้าถึงบางทีเราก็ต้องใช้ภาษาเดียวกัน ฉันคิดอย่างนั้น
    พยายามลดช่องว่างให้น้อยลงค่ะ เพื่อให้เกิดความไว้วางใจกันมากขึ้น ใครๆก็ต้องการความรักความใส่ใจ ความเท่าเทียมเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหาเสมอ หากมีโอกาสเราควรมอบให้กันและกันค่ะ

    ตอบลบ