วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Happy work place

                     วันที่ 8 พ.ย. 56 โรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้จัดทำโครงการ Happy work place ขึ้น ถ้าแปลกันตามตรงคงแปลได้ว่า สถานที่ทำงานมีความสุข= สถานที่ทำงานน่าอยู่ เป็นโครงการที่ดีมากๆค่ะ สำหรับคนวัยทำงานอย่างพวกเรา  ท่านประธานในพิธีได้แก่ ผอ.รพ.ศรีสะเกษ


                     วิทยากรในการอบรมครั้งเป็น ผศ.ดร.ยอดชาย บุญประกอบ ปัจจุบันท่านยังเป็น อาจารย์สอนนักศึกษาค่ะ

                      เน้นเรื่องของนำหลักธรรมะมาใช้ในการทำงานค่ะ เพราะท่านใช้การบรรยายประกอบการยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ผู้ฟังมีความเข้าใจได้ดีขึ้น  ก่อนอื่นท่านได้ให้พวกเราทบทวนตนเองและแบ่งออกเป็นสองด้าน ได้แก่ ด้านดี เรียกว่า กุศล   และ อีกด้านได้แก่ ด้านไม่ดี เรียกว่า อกุศล  แล้วให้ผู้เข้าร่วมอบรมขีดเส้นนับว่า สิ่งที่ท่านเห็นนั้นมีด้านที่เป็นกุศลและอกุศล มากน้อยต่างกันอย่างไร  เพราะคนปกติ แล้วจะมีทั้งสองด้านควบคู่กันไป เพียงแต่ต้องสามารถควบคุมด้านไม่ดีได้
                      เราลองออกแบบประเมินคนที่ทำงานร่วมกับเราดูสิค่ะ ว่า เขาเหล่านั้นอยู่ในระดับใด ถ้าแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ Excellent - Verry good-Good-Average-Poor แล้วใช้เกณฑ์อะไรไปตัดสินคนเหล่านั้น คนที่คุณคิดว่า ยอดเยี่ยม เขาแย่มากๆในสายตาคนอื่นจริงหรือ เขาไม่มีความรู้ในการทำงานจริงหรือ  หรืออาจจะเป็นเพราะว่างานที่เขาทำอยู่ไม่ถนัด-ไม่เหมาะสำหรับเขา-เราใช้งานถูกกับคนหรือยัง
                     ถ้าว่าด้วยการเปรียบเทียบ ถ้าเราไม่เทียบก็จะไม่มีต่ำ-สูง สั้น-ยาว นั่นหมายถึงว่า ถ้าเราเอาปากกาไปเทียบกับไม้บรรทัด ปากกาจะสั้นกว่า  แต่ถ้าเราเอาปากกาไปเทียบกับไม้จิ้มฟัน ปากกาจะยาวกว่า ถ้าเราไม่เปรียบเทียบ ก็จะไม่มีใครแตกต่างจากใคร
                     ธรรมะจากการจุดไม้ขีดไฟแค่ก้านเดียว  "ไม้ขีดไฟ ก่อนที่มันจะไหม้สิ่งใดนั้น มันจะไหม้ตัวมันเองก่อนเสมอ เช่นเดียวกัน จิตใจของคนเราจะทำร้าย=ทำลายคนอื่นได้ จะทำลายตนเองก่อนเสมอ" ไม่มีอะไรที่น่ากลัวกว่านี้อีกแล้ว...........
                     หากต้องปล่อยวางสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้วควรค่อยๆปล่อย ค่อยๆวาง
                     ความสงบไม่ได้เกิดขึ้นได้จากการหลับตา  คนที่ลืมตาก็สามารถสงบได้
                     ความสงบที่แท้จริง คือ การหยุดที่จะค้นหา
                     อะไรก็ตามที่ผ่านไปแล้ว ย้อนเวลากลับมาไม่ได้
                     ควรใช้ชีวิตแบบเป็นกุศล = การมองโลกในด้านบวก


                     ธรรมะในการทำงานอีกอย่างคือ  การฟังอย่างตั้งใจ  ในขณะที่คนอื่นกำลังพูด และเขากำลังพูดกับเรา  เราควรหยุดและเงยหน้าฟังเขาอย่างตั้งใจ คนในครอบครัวก็เช่นเดียวกัน
                     ไม่ควรปรามาทคนอื่นจากการที่แค่ได้เห็นหน้าเขา
                      คนรู้ธรรมะ มักจะเอาชนะคนอื่น แต่คนมีธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง
                      อยากเป็นสุขก็ไม่ต้องหวัง เราจะได้ไม่ผิดหวัง แค่ตั้งใจทำก็พอ
                      ทำใจให้กว้าง วางตนให้เล็ก
                      ก่อนที่จะไปรู้สิ่งภายนอกตัวเอง ขอให้รู้จักตัวเราเองให้ดีก่อน ทุกข์นั้นเกิดจากใจของเราเอง ก็ต้องดับที่ใจ ด้วยตัวเราเอง
                  
                      
                          และจะต้องย้ำตัวเองเสมอว่าต้อง Now and Here  ต้องทำเดี๋ยวนี้และที่นี่  ไม่ควรผลัดวันประกันพรุ่ง สำหรับชีวิต เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะอยู่ถึงวันพรุ่งนี้ไหม
                          สำหรับคนที่ชอบนินทา เขาจะรู้ทุกอย่างยกเว้น "ความจริง"
                          เวลาที่เครียดมากๆ อย่าพูดคำว่า "อยากตาย" เพราะยังมีคนที่กำลังจะตายหรือตายไปแล้ว "อยากมีชีวิตอยู่"
                          คนเราจะมีความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "มีเท่าไหร่" แต่ขึ้นอยู่ที่ว่า "พอเมื่อไหร่" ต่างหาก
                          สิ่งนี้สำคัญมากๆ
                          จงอย่าใช้คำพูดแย่ๆในเวลาที่เราอารมณ์ไม่ดี เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เรายังเปลี่ยนอารมณ์ให้มันดีขึ้นได้ แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนคำพูดแย่ๆที่พูดออกไปแล้วได้เลย......ธรรมทาน
                          สุดท้าย ของการอบรมในครั้งนี้ บอกได้เลยว่า ได้รับแง่คิดดีดีทางธรรมะ ที่เป็นเรื่องจริงที่ดีงาม ที่พวกเราควรนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังทุกๆวัน จะทำให้พวกเราทุกคนเจริญในธรรมะ  เจริญในหน้าที่การงาน มีครอบครัวที่มีความสุข และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและประชาชนอย่างแน่นอน
                         "จงเติบโตจากความผิดพลาด จงเฉลียวฉลาด จากความผิดหวัง จงเมตตากับความรู้สึกเกลียดชัง จงเป็นคนดีที่ไม่โด่งดัง ยังดีกว่า การเป็นคนดัง ในทางที่ไม่ดี"
                          ขอขอบพระคุณท่านวิทยากร และ โรงพยาบาลศรีสะเกษ ที่ได้จัดโครงการดีดีที่มีประโยชน์สำหรับคนทำงาน นำมาปรับใช้ได้อย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ คือ ประชาชนได้รับการบริการที่ดี  การทำงานร่วมทีมกันอย่างเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้พวกเรามีมีความสุข กับ Happy work place  ติดตามภาพบรรยากาศการอบรมได้ที่นี้ค่ะ       และ ที่นี่ค่ะ
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น