วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

ผลการประเมินความเสี่ยงในกลุ่มเกษตรกร


สรุปจากการเจาะเลือดเกษตรกรในพื้นที่ตำบลโคกเพชร จำนวน 167 ราย

ผลการประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช                        เก็บข้อมูลในวันที่  6-10 กรกฎาคม 2556 ในเขตพื้นที่ตำบลโคกเพชร อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ
ตำบลโคกเพชร  รับผิดชอบ 11 หมู่บ้าน จำนวน 1,122 หลังคาเรือน มีประชากร 4,914  คน  มี        รพสต.1 แห่ง  บุคลากร จำนวน 6 คน อสม. จำนวน 110 คน
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
กลุ่มเป้าหมายจำนวน 167 ราย  อายุน้อยที่สุด 15 ปี อายุมากที่สุด 73 ปี อายุเฉลี่ย 47.51 ปี
เป็นเพศชายจำนวน 58 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.73 เป็นเพศหญิง 109 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.27
 ส่วนที่ 2 ข้อมูลการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและการปฏิบัติในขณะทำงาน (กลุ่มเป้าหมายทำได้หลายกิจกรรม)
            ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในบริเวณที่มีการฉีดพ่นหรือสัมผัสผักผลไม้ที่ฉีดพ่น เช่น เก็บเกี่ยว มัดกำ ห่อ บรรจุ  จำนวน 112 ราย คิดเป็นร้อยละ 55.72 เป็นผู้ผสมสารเคมี จำนวน 49 ราย  คิดเป็นร้อยละ 24.38 เป็นผู้ฉีดพ่นเอง จำนวน 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 19.90
 ส่วนที่ 3 ข้อมูลความเจ็บป่วยหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังจากการใช้หรือสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา  พบว่า  กลุ่มเป้าหมายไม่มีอาการผิดปกติ คิดเป็น ร้อยละ 20.96 มีอาการเป็นบางครั้ง คิดเป็นร้อยละ 68.26  มีอาการเป็นประจำ คิดเป็นร้อยละ 10.78
 ส่วนที่ 4 อยู่ด้านล่างนะคะ
 ส่วนที่ 5 การเจาะเลือดตรวจคัดกรอง เหตุผลที่เข้าร่วมการตรวจคัดกรอง
            กลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง จำนวน 49 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.34    มีความเสี่ยงสูง จำนวน 44 ราย คิดเป็นร้อยละ  26.35 มีความเสี่ยงสูงมาก ไม่มี  มีความประสงค์รับบริการ จำนวน 64 ราย  คิดเป็นร้อยละ  38.32
 ส่วนที่ 6 การปฏิบัติอื่นๆ
            6.1 ด้านการให้ความรู้/คำแนะนำ การป้องกันอันตรายจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืช จำนวน 167 ราย คิดเป็นร้อยละ100 วิธีการ้างผักให้ปลอดภัย จำนวน 167 ราย คิดเป็นร้อยละ100
            6.2 ด้านสิ่งสนับสนุน เอกสารแผ่นพับความรู้ จำนวน 167 ราย คิดเป็นร้อยละ100 ยาสมุนไพรชาชงรางจืด จำนวน 68 ราย คิดเป็นร้อยละ 40.72
 ส่วนที่ 7 ข้อเสนอแนะ
            7.1 สร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการประเมินการใช้สารเคมีร่วมกับ อสม.ให้สามารถประเมินได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด
            7.2 หลังการตรวจเลือด ควรมีการติดตามผลภายหลังการให้สุขศึกษาหรือการให้ยาสมุนไพรแล้ว เพื่อติดตามประเมินผลของกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและทีมได้ดำเนินการไปแล้ว
            7.3 ในรายที่เจาะเลือดแล้วพบมีความเสี่ยงสูงจะได้รับการติดตามสังเกต พฤติกรรมอย่างต่อเนื่องโดยสมาชิกในครอบครัวและ อสม. เพื่อตักเตือน /เตือนสติ จะได้สามารถลดความเสี่ยงในการสัมผัส หรือการเกิดโรคจากสารเคมีลงได้
            7.4  แนะนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการลดการใช้สารเคมีอย่างจริงจัง

ส่วนที่ 8 เครือข่ายและการประชาสัมพันธ์
            8.1 ติดตามผลการดำเนินงานคลินิกสุขภาพเกษตรกร ตำบลโคกเพชร ได้ที่นี่
          8.2 ขอบคุณ เภสัชกรเด่นชัย ดอกพอง  เภสัชกรชำนาญการจากโรงพยาบาลขุขันธ์ ที่ให้การสนับสนุนข้อมูล แนวทางในการทำงานคลินิกเกษตรกรใน รพสต. คุณสุเพียร  คำวงศ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน  ผู้รับผิดชอบงาน สสอ.ขุขันธ์  และสถาบันวิจัยชาวนา ที่ลงพื้นที่มาช่วยงานภาคชุมชนร่วมกับทีมงาน อสม. และ เจ้าหน้าที่ รพสต.โคกเพชร อย่างสม่ำเสมอ

ส่วนที่ 4 สรุปผลการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพในการทำงานเบื้องต้น
ตารางที่ 4.1 สรุปผลจากอาการที่พบ
สรุปผลการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ตารางที่ 4.2 สรุปผลจากคะแนนการคัดกรอง

คลินิกสุขภาพเกษตรกร

      ปีงบประมาณ 2557 รพสต.โคกเพชร ได้เปิดให้บริการคลินิกสุขภาพเกษตรกรอย่างเป็นทางการ  โดยเปิดให้บริการทุกวันพุธ เวลา 09.30-16.30 น. แต่ในช่วงเวลาราชการประชาชนสามารถมารับคำปรึกษาได้ตลอดเวลา
 
คำสั่งโครงการส่งเสริมประชาชนลดการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน

คำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ คลินิกสุขภาพเกษตรกร ตำบลโคกเพชร




       
คลินิกสุขภาพเกษตรกร มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและมีคำแนะนำดีดีสำหรับเกษตรกร



 ความเป็นมาของปัญหา 
                   สถานการณ์ปัญหาด้านสุขภาพของเกษตรกรที่พบโรคและอาการผิดปกติเนื่องจากการประกอบอาชีพมีมากขึ้น เช่น โรคเปโตสไปโรซีส โรคแพ้สารเคมี หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุจากการประกอบอาชีพ ตกจากรถไถคอยาว มีบาดแผลจากเครื่องมือที่ใช้ ซึ่งพบเป็นประจำทุกปี
                   ปัญหาที่พบมากในเขตตำบลโคกเพชร ได้แก่
 1.เกษตรกรขาดการจัดการเวลาอย่างเหมาะสม  ส่วนใหญ่จะให้้เวลาของงานมากกว่าเวลาของครอบครัว อยู่ที่ไร่ที่นาตั้งแต่เช้าจนค่ำ มีเวลาให้กับครอบครัวเพียงเ็ล็กน้อย ที่จะพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก่อให้เกิดความไม่อบอุ่นภายในครอบครัวตามมา ไม่มีเวลาให้บุตรหลานและคนในครอบครัว

2. เกษตรกรดื่มสุราเป็นประจำโดยเฉพาะในฤดูกาลทำนา จะมีการจัดเตรียมสุราไว้สำหรับเกษตรกรที่ถูกว่าจ้าง อย่างเต็มที่ เน้นเรื่องสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอ์มากเกินความจำเป็น จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา เช่น อุบัติเหตุ หรือ การอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ วิตกกังวล เป็นต้้น

3. เกษตรกรมีภาวะเครียดสูงจากการไม่ได้รับเงิน-รายได้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีหนี้สินเป็นส่วนประกอบหนึ่งของชีวิต ถือว่า เป็นทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพแต่ละครั้ง ค่าปุ๋ย ค่าไถ ค่าเกี่ยว ต้องใช้เงินทุกช่วงเวลา หากไม่ได้เงินตามเวลาที่ควรจะเป็นเกษตรกรจะค่อนข้างเครียดมาก พบ อาการนอนไม่หลับ กินอาหารไม่ค่อยได้ บางรายหันไปพึ่งสุราเพื่อลดความเครียด

4. โรคระบาดจากการประกอบอาชีพ ได้แก่ โรคฉี่หนู มีพบเป็นประจำทุกปี เนื่องจากประชาชนไปหาปลาที่แหล่งน้ำเป็นประจำ และแหล่งน้ำดังกล่าว มีสัตว์เี้ลี้ยง เช่น หมา วัว ควาย ลงไปใช้งานด้วย จึงพบโรคได้ง่าย และที่สำคัญ บางรายไปหาปลาเป็นทีมและมีการดื่มสุราร่วมด้วย จึงแช่น้ำจนเพลินมากกว่า 2 ชม.ขึ้นไป มีแผลโดยไม่ทราบตามร่างกาย ทำให้เชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขึ้น เมื่อขึ้นจากน้ำไม่รีบน้ำและทำความสะอาดร่างกาย ทำให้เป็นโรคระบาดตามมา
     เมื่อ 19 เมษายน 2557 พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูจากการหาปลามากินช่วงเทศกาลจำนวน 1 ราย ที่บ้านระกา หมู่ที่ 5 และในทีม มีการไปหาปลาร่วมกันอีก 6 คน ซึ่งต้องติดตามเฝ้าระวังจนครบ 30 วัน


5. โรคเรื้อรังในวิถีชีวิต ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ในตำบลโคกเพชร มีเกษตรที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังเป็นจำนวนมาก จากสาเหตุของโรคเรื้อรังที่มีหลายปัจจัย ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ คำแนะนำที่ถูกต้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เกษตรกรจะสามารถเข้าถึงบริการคัดกรองโรค และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันทีเมื่อพบความเสี่ยง ซึ่งต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่มีความสำคัญต่อครอบครัวและต่อชุมชน

6. อาการแพ้สารเคมี พบบ่อย ในช่วงที่มีการเก็บพริก มีเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไป ไปรับจ้างเก็บพริก และมาที่ รพสต.ด้วยอาการวิงเวียน คลื่นไส้ มีผื่นคันตามร่างกาย ออกร้อนตามผิวหนัง เกษตรกรหรือต้องมีการป้องกันอย่างเหมาะสม ในกลุ่มผู้ปลูกต้องมีการลด ละ เลิก การใช้สารเคมีลง ส่วนกลุ่มผู้รับจ้าง ต้องมีการป้องกันอย่างถูกต้อง
          จากการลงพื้นที่สำรวจการใช้สารเคมีตามแบบประเมิน พบว่า เกษตรกรบางรายไม่มีความเสี่ยงต่อการพบสารเคมีในเลือดแต่ไปพบในกลุ่มผู้รับจ้างเก็บ
           ในกลุ่มผู้รับจ้างฉีดยาฆ่าหญ้าในตำบลโคกเพชร มีจำนวน 4-5 ราย ซึ่งเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวนี้จะต้องได้รับคำแนะนำเป็นพิเศษ แต่เราพบว่า ผลเลือด มีความเสี่ยงต่ำ หากไปสังเกตพฤติกรรมพบว่า เกษตรกรกลุ่มนี้มีการป้องกันตัวอย่างถูกต้อง ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง มีหน้ากากปิดจมูกหรือใบหน้า มีถุงมือ ใช้รถบรรจุภาชนะในการฉีด ตัวผู้ฉีดจะอยู่ห่างจากบริเวณที่มีการพ่นสารเคมีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 เมตร ซึ่งโอกาสในการสัมผัสสารเคมีจะลดลง  ทำให้ตรวจเลือดไม่พบ แต่ สารเคมีมีหลายชนิด บางชนิดตรวจด้วยวิธีเจาะเืลือดที่ปลายนิ้วไม่พบ อาจจะต้องตรวจด้วยวิธีอื่น

7. อุบัติเหตุจากการทำงาน  มีพบเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทและเมาสุรา ซึ่งปัจจุบัน รพสต.โคกเพชร ร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโคกเพชร สภาองค์กรชุมชนตำบลโคกเพชร กำััลังให้ความสำคัญในการชักชวนเกษตรกรผู้ติดสุราในชุมชนลด ละ เลิก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงให้ได้ เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิต คุณภาพชีวิต  คุณภาพครอบครัวของเกษตรกรน่าจะดีขึ้น

แนวทางการแก้ไข
 1.การจัดการเวลาอย่างเหมาะสม  ในภาพรวมต้องให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับโปรแกรมของนาฬิกาชีวิต  การจัดการเวลาของชีวิตและเวลาของครอบครัว เน้นในครอบครัวเกษตรกรที่เสี่ยงต่อความไม่เข้าใจ และครอบครัวเกษตรกรทั้งหมด ใช้เวลาในการประชุม-อบรมแกนนำสุขภาพครอบครัว

2.โครงการลด ละ เลิก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  การคัดกรองการดื่มสุราทำให้เกษตรกรที่ดื่มสุรารู้ว่าตนเอง ดื่มสุราอยู่ในระดับใด การใช้โปรแกรมลด ละ เลิก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยได้ เพราะให้คนในครอบครัว และชุมชนมีส่วนร่วมให้กำัลังใจ เพื่อให้เป็นชุมชนปลอดสุรา

3.ลดความเครียดในเกษตรกร  แนะนำให้สุขศึกษาสำหรับการเกษตรกรเพื่อให้มีความสัมพันธภาพที่่ดีภายในครอบครัว ให้มีการปรับตัวต่อสิ่งเปลี่ยนแปลง ปรับตัวตามสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเสมอ เพราะถือเป็นธรรมชาติของชีวิตของทุกคนที่จะต้องพบกับปัญหา แต่มีทางแก้ไขเสมอ

4.โรคระบาดในชุมชน  เกษตรกรต้องเฝ้าระวังตนเองและสมาชิกในครอบครัว เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาด ต้องรู้ว่าสาเหตุของการเกิดโรคระบาดคืออะไร จะมีการป้องกันอย่างไร มีอาการผิดปกติอย่างไร จะสามารถเฝ้าระวังป้องกันโรคได้อย่างถูกต้อง

5.โรคเรื้อรัง  เกษตรกรให้ความสำคัญในการปรับวิถีชีวิตของตนเองอย่างเหมาะสมตามแนวทาง 3 อ.หรือ 6 อ. เพื่อให้มีความปลอดภัยจากโรคเรื้อรังหรือควบคุมโรคให้ได้

6.อาการแพ้สารเคมี  ใน รพสต.จัดคลินิกสุขภาพเกษตรกร ไว้สำหรับให้คำปรึกษา คัดกรอง เจาะเลือด  แนะนำการลดการใช้สารเคมีโดยใช้สิ่งอื่นทดแทน

7.ลดอุบัติเหตุจากการทำงาน  เกษตรกรต้องไม่ประมาทในการทำกิจกรรมประกอบอาชีพ ต้องมีสติอยู่เสมอ และพยายามอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการทำงานอยู่เพราะ พักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ

บริเวณที่หาปลาที่ห้วยระกา

สัมภาษณ์บิดาของผู้ป่วย