วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

คลินิกสุขภาพเกษตรกร

      ปีงบประมาณ 2557 รพสต.โคกเพชร ได้เปิดให้บริการคลินิกสุขภาพเกษตรกรอย่างเป็นทางการ  โดยเปิดให้บริการทุกวันพุธ เวลา 09.30-16.30 น. แต่ในช่วงเวลาราชการประชาชนสามารถมารับคำปรึกษาได้ตลอดเวลา
 
คำสั่งโครงการส่งเสริมประชาชนลดการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน

คำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ คลินิกสุขภาพเกษตรกร ตำบลโคกเพชร




       
คลินิกสุขภาพเกษตรกร มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและมีคำแนะนำดีดีสำหรับเกษตรกร



 ความเป็นมาของปัญหา 
                   สถานการณ์ปัญหาด้านสุขภาพของเกษตรกรที่พบโรคและอาการผิดปกติเนื่องจากการประกอบอาชีพมีมากขึ้น เช่น โรคเปโตสไปโรซีส โรคแพ้สารเคมี หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุจากการประกอบอาชีพ ตกจากรถไถคอยาว มีบาดแผลจากเครื่องมือที่ใช้ ซึ่งพบเป็นประจำทุกปี
                   ปัญหาที่พบมากในเขตตำบลโคกเพชร ได้แก่
 1.เกษตรกรขาดการจัดการเวลาอย่างเหมาะสม  ส่วนใหญ่จะให้้เวลาของงานมากกว่าเวลาของครอบครัว อยู่ที่ไร่ที่นาตั้งแต่เช้าจนค่ำ มีเวลาให้กับครอบครัวเพียงเ็ล็กน้อย ที่จะพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก่อให้เกิดความไม่อบอุ่นภายในครอบครัวตามมา ไม่มีเวลาให้บุตรหลานและคนในครอบครัว

2. เกษตรกรดื่มสุราเป็นประจำโดยเฉพาะในฤดูกาลทำนา จะมีการจัดเตรียมสุราไว้สำหรับเกษตรกรที่ถูกว่าจ้าง อย่างเต็มที่ เน้นเรื่องสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอ์มากเกินความจำเป็น จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา เช่น อุบัติเหตุ หรือ การอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ วิตกกังวล เป็นต้้น

3. เกษตรกรมีภาวะเครียดสูงจากการไม่ได้รับเงิน-รายได้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีหนี้สินเป็นส่วนประกอบหนึ่งของชีวิต ถือว่า เป็นทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพแต่ละครั้ง ค่าปุ๋ย ค่าไถ ค่าเกี่ยว ต้องใช้เงินทุกช่วงเวลา หากไม่ได้เงินตามเวลาที่ควรจะเป็นเกษตรกรจะค่อนข้างเครียดมาก พบ อาการนอนไม่หลับ กินอาหารไม่ค่อยได้ บางรายหันไปพึ่งสุราเพื่อลดความเครียด

4. โรคระบาดจากการประกอบอาชีพ ได้แก่ โรคฉี่หนู มีพบเป็นประจำทุกปี เนื่องจากประชาชนไปหาปลาที่แหล่งน้ำเป็นประจำ และแหล่งน้ำดังกล่าว มีสัตว์เี้ลี้ยง เช่น หมา วัว ควาย ลงไปใช้งานด้วย จึงพบโรคได้ง่าย และที่สำคัญ บางรายไปหาปลาเป็นทีมและมีการดื่มสุราร่วมด้วย จึงแช่น้ำจนเพลินมากกว่า 2 ชม.ขึ้นไป มีแผลโดยไม่ทราบตามร่างกาย ทำให้เชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขึ้น เมื่อขึ้นจากน้ำไม่รีบน้ำและทำความสะอาดร่างกาย ทำให้เป็นโรคระบาดตามมา
     เมื่อ 19 เมษายน 2557 พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูจากการหาปลามากินช่วงเทศกาลจำนวน 1 ราย ที่บ้านระกา หมู่ที่ 5 และในทีม มีการไปหาปลาร่วมกันอีก 6 คน ซึ่งต้องติดตามเฝ้าระวังจนครบ 30 วัน


5. โรคเรื้อรังในวิถีชีวิต ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ในตำบลโคกเพชร มีเกษตรที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังเป็นจำนวนมาก จากสาเหตุของโรคเรื้อรังที่มีหลายปัจจัย ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ คำแนะนำที่ถูกต้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เกษตรกรจะสามารถเข้าถึงบริการคัดกรองโรค และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันทีเมื่อพบความเสี่ยง ซึ่งต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่มีความสำคัญต่อครอบครัวและต่อชุมชน

6. อาการแพ้สารเคมี พบบ่อย ในช่วงที่มีการเก็บพริก มีเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไป ไปรับจ้างเก็บพริก และมาที่ รพสต.ด้วยอาการวิงเวียน คลื่นไส้ มีผื่นคันตามร่างกาย ออกร้อนตามผิวหนัง เกษตรกรหรือต้องมีการป้องกันอย่างเหมาะสม ในกลุ่มผู้ปลูกต้องมีการลด ละ เลิก การใช้สารเคมีลง ส่วนกลุ่มผู้รับจ้าง ต้องมีการป้องกันอย่างถูกต้อง
          จากการลงพื้นที่สำรวจการใช้สารเคมีตามแบบประเมิน พบว่า เกษตรกรบางรายไม่มีความเสี่ยงต่อการพบสารเคมีในเลือดแต่ไปพบในกลุ่มผู้รับจ้างเก็บ
           ในกลุ่มผู้รับจ้างฉีดยาฆ่าหญ้าในตำบลโคกเพชร มีจำนวน 4-5 ราย ซึ่งเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวนี้จะต้องได้รับคำแนะนำเป็นพิเศษ แต่เราพบว่า ผลเลือด มีความเสี่ยงต่ำ หากไปสังเกตพฤติกรรมพบว่า เกษตรกรกลุ่มนี้มีการป้องกันตัวอย่างถูกต้อง ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง มีหน้ากากปิดจมูกหรือใบหน้า มีถุงมือ ใช้รถบรรจุภาชนะในการฉีด ตัวผู้ฉีดจะอยู่ห่างจากบริเวณที่มีการพ่นสารเคมีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 เมตร ซึ่งโอกาสในการสัมผัสสารเคมีจะลดลง  ทำให้ตรวจเลือดไม่พบ แต่ สารเคมีมีหลายชนิด บางชนิดตรวจด้วยวิธีเจาะเืลือดที่ปลายนิ้วไม่พบ อาจจะต้องตรวจด้วยวิธีอื่น

7. อุบัติเหตุจากการทำงาน  มีพบเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทและเมาสุรา ซึ่งปัจจุบัน รพสต.โคกเพชร ร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโคกเพชร สภาองค์กรชุมชนตำบลโคกเพชร กำััลังให้ความสำคัญในการชักชวนเกษตรกรผู้ติดสุราในชุมชนลด ละ เลิก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงให้ได้ เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิต คุณภาพชีวิต  คุณภาพครอบครัวของเกษตรกรน่าจะดีขึ้น

แนวทางการแก้ไข
 1.การจัดการเวลาอย่างเหมาะสม  ในภาพรวมต้องให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับโปรแกรมของนาฬิกาชีวิต  การจัดการเวลาของชีวิตและเวลาของครอบครัว เน้นในครอบครัวเกษตรกรที่เสี่ยงต่อความไม่เข้าใจ และครอบครัวเกษตรกรทั้งหมด ใช้เวลาในการประชุม-อบรมแกนนำสุขภาพครอบครัว

2.โครงการลด ละ เลิก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  การคัดกรองการดื่มสุราทำให้เกษตรกรที่ดื่มสุรารู้ว่าตนเอง ดื่มสุราอยู่ในระดับใด การใช้โปรแกรมลด ละ เลิก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยได้ เพราะให้คนในครอบครัว และชุมชนมีส่วนร่วมให้กำัลังใจ เพื่อให้เป็นชุมชนปลอดสุรา

3.ลดความเครียดในเกษตรกร  แนะนำให้สุขศึกษาสำหรับการเกษตรกรเพื่อให้มีความสัมพันธภาพที่่ดีภายในครอบครัว ให้มีการปรับตัวต่อสิ่งเปลี่ยนแปลง ปรับตัวตามสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเสมอ เพราะถือเป็นธรรมชาติของชีวิตของทุกคนที่จะต้องพบกับปัญหา แต่มีทางแก้ไขเสมอ

4.โรคระบาดในชุมชน  เกษตรกรต้องเฝ้าระวังตนเองและสมาชิกในครอบครัว เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาด ต้องรู้ว่าสาเหตุของการเกิดโรคระบาดคืออะไร จะมีการป้องกันอย่างไร มีอาการผิดปกติอย่างไร จะสามารถเฝ้าระวังป้องกันโรคได้อย่างถูกต้อง

5.โรคเรื้อรัง  เกษตรกรให้ความสำคัญในการปรับวิถีชีวิตของตนเองอย่างเหมาะสมตามแนวทาง 3 อ.หรือ 6 อ. เพื่อให้มีความปลอดภัยจากโรคเรื้อรังหรือควบคุมโรคให้ได้

6.อาการแพ้สารเคมี  ใน รพสต.จัดคลินิกสุขภาพเกษตรกร ไว้สำหรับให้คำปรึกษา คัดกรอง เจาะเลือด  แนะนำการลดการใช้สารเคมีโดยใช้สิ่งอื่นทดแทน

7.ลดอุบัติเหตุจากการทำงาน  เกษตรกรต้องไม่ประมาทในการทำกิจกรรมประกอบอาชีพ ต้องมีสติอยู่เสมอ และพยายามอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการทำงานอยู่เพราะ พักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ

บริเวณที่หาปลาที่ห้วยระกา

สัมภาษณ์บิดาของผู้ป่วย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น